ชะลอวัย

Plaque X Treatment คืออะไร ช่วยล้างไขมันในเลือดได้จริงไหม อันตรายไหม

Plaque X Treatment คือการดูแลสุขภาพหลอดเลือดด้วยฟอสโฟลิพิด ช่วยจัดการไขมันสะสมในผนังหลอดเลือด บทความนี้รวมข้อดี ข้อจำกัด และความปลอดภัยที่ควรรู้

ทีมแพทย์ LINNA Clinic11 เม.ย. 2568 9 นาที
Plaque X Treatment คืออะไร ช่วยล้างไขมันในเลือดได้จริงไหม อันตรายไหม

หลอดเลือด เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไหลเวียนโลหิต ทำหน้าที่เป็นทางในการลำเลียงเลือดและสารอาหารไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย แต่เมื่ออายุมากขึ้นประกอบกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันและแคลเซียมบริเวณผนังหลอดเลือด จนก่อตัวเป็น**“คราบพลัค” (Plaque)** ตัวการหลักที่ทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็งตัว โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ทุพพลภาพหรือเสียชีวิต LINNA Clinic (ลินนา คลินิก) ชวนทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “คราบพลัคในเส้นเลือด” ตั้งแต่สาเหตุ การดูแล และแนวทางลดความเสี่ยง พร้อมแนะนำโปรแกรม Plaque X Treatment นวัตกรรมบำบัดที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดไขมันและคราบพลัคในหลอดเลือด ให้คุณและคนที่คุณรักมีสุขภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน

Plaque ในหลอดเลือดเกิดจากอะไร

Plaque หรือ คราบพลัคในหลอดเลือดเกิดจากการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล โลหะหนัก สารพิษต่างๆ แคลเซียม รวมถึงคราบสิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดเป็นเวลานานจนกลายเป็นก้อนตะกรันที่ขัดขวางการไหลเวียนของเลือด โดยมีสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดคราบพลัคในหลอดเลือด ดังนี้

  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และภาวะความดันโลหิตสูง ที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังภายในหลอดเลือด

  • พันธุกรรม หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดคราบพลัคในหลอดเลือดได้มากกว่าคนทั่วไป

  • การรับประทานอาหารที่มีไขมันในปริมาณมาก โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ ส่งผลให้ไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ในเลือดสูง และอาจซึมเข้าสู่ผนังหลอดเลือด

  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนหลับพักผ่อนน้อยและความเครียดสะสม

วิธีลดคราบ Plaque ในหลอดเลือด ต้องทำอย่างไร

คราบพลัคในหลอดเลือดส่งผลเสียต่อร่างกายได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงปัญหาสุขภาพที่มีความรุนแรง เช่น หลอดเลือดอุดตันหรือโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม เราสามารถป้องกันความเสี่ยงและชะลอการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ได้ด้วยวิธีเหล่านี้

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น ของทอด ของหวาน ของมัน เนื้อสัตว์ติดมัน เบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบ และเน้นอาหารที่ดีต่อหลอดเลือด เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สด ธัญพืชเต็มเมล็ด กรดไขมันดีอย่างโอเมก้า 3 และ 6 ที่พบได้ในปลาทะเลน้ำลึก อะโวคาโด น้ำมันมะกอก เมล็ดเจีย วอลนัท เป็นต้น

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ มีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย ช่วยรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงส่งเสริมระบบหลอดเลือดและหัวใจให้แข็งแรงเสมอ

  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลสุขภาพจิตให้สดใสอยู่เสมอเพื่อลดปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

  • เสริมด้วยการบำบัดทางการแพทย์ ปัจจุบันมีแนวทางบำบัดที่ช่วยลดการสะสมของไขมันภายในหลอดเลือด เช่น โปรแกรม Plaque X Treatment ด้วยการใช้กรดไขมันจำเป็นที่สกัดได้จากพืชเพื่อกำจัดคราบพลัคที่เกาะตามผนังหลอดเลือด และช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้ดีขึ้น

Plaque X Treatment คืออะไร

Plaque X Treatment หรือ Phospholipid Treatment คือกระบวนการบำบัดเพื่อฟื้นฟูสุขภาพของหลอดเลือดโดยตรง ด้วยการใช้ กรดไขมันจำเป็น (Essential Phospholipids – Polyenyl phosphatidylcholine) หรือ EPL-PP ที่สกัดจากพืชฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำ เพื่อช่วยละลายคราบไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือดพร้อมกับกระตุ้นการขนส่งไขมันส่วนเกินเข้าสู่กระบวนการเมตาบอลิซึม (metabolism) ที่บริเวณตับ ผลลัพธ์ที่ได้คือ คราบพลัคหรือไขมันที่สะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดถูกกำจัดออก ระดับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดลง ขณะที่ระดับไขมันชนิดดี (HDL) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดสะอาด เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สอดคล้องกับผลการศึกษาทางคลินิกขนาดเล็กซึ่งใช้การบำบัด PlaqX Forte ที่มีสารประกอบหลักเป็น Phosphatidylcholine กับอาสาสมัครจำนวน 13 คน โดยให้สารทางหลอดเลือดดำจำนวน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ พบว่าหลังรับการบำบัด 7-12 ครั้ง (จากทั้งหมด 30 ครั้งตามคอร์สที่แนะนำ) พบว่าระดับคอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์ LDL และ HbA1c ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในการศึกษานี้ยังพบว่าระดับ HDL หรือไขมันดีลดลงเล็กน้อย ซึ่งอาจเกิดจากบทบาทของ Phosphatidylcholine ที่กระตุ้นกระบวนการสลายไขมัน (lipolysis) ในร่างกาย และเป็นประเด็นที่ต้องมีการติดตามเพิ่มเติมในระยะยาว (Nalapko et al., 2019)

Plaque X Treatment ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • ช่วยกำจัดคราบพลัคในหลอดเลือด ช่วยสลายคราบไขมันและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด พร้อมยับยั้งการก่อตัวของคราบพลัคใหม่ๆ

  • ช่วยปรับสมดุลไขมันในเลือด ด้วยการลดระดับ LDL และไตรกลีเซอไรด์ พร้อมเพิ่ม HDL ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคหลอดเลือดและส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว

  • ลดการอักเสบในหลอดเลือด ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาวะหลอดเลือดแข็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

  • ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และส่งเสริมการทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ช่วยปรับปรุงการทำงานของตับ และช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญภายในร่างกาย

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Plaque X Treatment

  • ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ เช่น มีคอเลสเตอรอลรวมสูง ไขมัน LDL สูง หรือไตรกลีเซอไรด์สูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสะสมคราบพลัคในหลอดเลือด

  • ผู้ที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดแข็งตัว ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อประเมินภาวะสุขภาพและความเสี่ยงก่อนเข้ารับการบำบัด โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรคร่วมกัน ผู้ที่เคยมีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรืออยู่ระหว่างการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมอง ทั้งจากพันธุกรรมหรือมีโรคร่วม เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น

  • ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดคราบพลัคในหลอดเลือด เช่น ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย หรือผู้ที่มีกิจกรรมทางกายน้อย ไม่ค่อยออกกำลังกาย

  • ผู้ที่มีภาวะโรคตับหรือไขมันพอกตับ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของตับและระบบเผาผลาญในร่างกาย

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือด เช่น อาการมือเท้าเย็น อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง

  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว

Plaque X Treatment อันตรายหรือไม่

โดยทั่วไปการทำ Plaque X Treatment เป็นกระบวนการบำบัดเพื่อช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินและคราบพลัคที่สะสมอยู่ภายในหลอดเลือดที่มีความปลอดภัย เนื่องจากสารสำคัญที่ใช้เป็นกรดไขมันจำเป็นจากธรรมชาติและมีแนวโน้มที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย รวมถึงมีประวัติการใช้ในวงการแพทย์ตะวันตกมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การเข้ารับการบำบัดด้วย Plaque X Treatment ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ชำนาญการ เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยสำหรับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวร่วมกันหลายโรคหรืออยู่ระหว่างการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด รวมถึงผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สารบางชนิด เพื่อให้กระบวนการบำบัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

การเตรียมตัวก่อนทำ Plaque X Treatment

เพื่อให้การบำบัดด้วย Plaque X Treatment เป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี ผู้รับบริการควรเตรียมร่างกายให้พร้อมตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการก่อนเข้ารับการบำบัด เพื่อตรวจประเมินสุขภาพโดยรวม และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว การใช้ยา ประวัติการแพ้ยาหรือสารต่างๆ นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งตรวจร่างกายเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น เช่น การตรวจเลือด ตรวจการทำงานของตับและไต หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

  • เว้นช่วงจากการใช้ยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ยากลุ่ม NSAIDs น้ำมันปลา กระเทียม วิตามินอี คอลลาเจน ทั้งนี้ในกลุ่มที่ต้องหยุดยารักษาโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดระยะเวลาอย่างเหมาะสม

  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

  • งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันก่อนเข้ารับบำบัด

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในวันที่เข้ารับบำบัด

การดูแลตัวเองหลังทำ Plaque X Treatment

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ในกรณีที่มีการจ่ายยา และเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามผลหลังการบำบัดตามนัด

  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและไขมันที่แตกตัวออกจากระบบหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยฟื้นฟูหลอดเลือดให้กลับมายืดหยุ่น แข็งแรง

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูตนเองได้อย่างเต็มที่

  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ เน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ผัก ผลไม้ และกรดไขมันดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดโอกาสการกลับมาสะสมของไขมันและคราบพลัคในหลอดเลือด

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลียมากผิดปกติ มีอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรรีบเข้าพบแพทย์ทันที

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาระดับไขมันในเลือดสูง หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการสะสมของคราบพลัคในหลอดเลือด และอยากเริ่มต้นดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดอย่างจริงจัง สามารถเข้ารับคำปรึกษาและวางแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะรายบุคคลกับแพทย์ชำนาญการที่ LINNA Clinic ได้ทุกสาขา ติดต่อได้ที่ @linnaclinic หรือโทร 063-609-8888 ได้เลยค่ะ

#Plaque X#Blood Health#Longevity

บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

Double Filtration Plasmapheresis (DFPP)
Wellness Treatment

Double Filtration Plasmapheresis (DFPP)

฿99,000฿129,000
EBOO Therapy (1 Session)
Wellness Treatment

EBOO Therapy (1 Session)

฿25,000฿35,000

สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?

ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Dendritic Cell Therapy and cancer immunotherapy at LINNA Clinic
เวชศาสตร์ฟื้นฟู

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

Dendritic Cell Therapy หรือการบำบัดด้วยเซลล์เดนไดรติก คือภูมิคุ้มกันบำบัดเฉพาะบุคคล ที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น

อ่านบทความ
CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ
เวชศาสตร์ฟื้นฟู

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

CAR-T Cell Therapy นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษารูปแบบเดิม หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

อ่านบทความ
LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี
รูปร่างและลดน้ำหนัก

LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี

โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลรูปร่างและผิวพรรณโดยไม่ต้องผ่าตัด ผสาน 3 เทคโนโลยีในเครื่องเดียว Roboderm®, Laser 915 nm และ LED 650 nm

อ่านบทความ