เวชศาสตร์ฟื้นฟู

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

Dendritic Cell Therapy หรือการบำบัดด้วยเซลล์เดนไดรติก คือภูมิคุ้มกันบำบัดเฉพาะบุคคล ที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น

ทีมแพทย์ LINNA Clinic14 ก.ค. 2569 19 นาที
Dendritic Cell Therapy and cancer immunotherapy at LINNA Clinic

Dendritic Cell Therapy หรือการบำบัดด้วยเซลล์เดนไดรติก เป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) แบบเฉพาะบุคคล ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นทางเลือกเสริมในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งบางชนิด โดยอาศัยหลักการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะมากขึ้น แนวทางการรักษานี้ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายเนื่องจากสามารถใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งแบบมาตรฐานเพื่อช่วยควบคุมโรค รวมถึงอาจช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยบางราย

อย่างไรก็ตาม Dendritic Cell Therapy เป็นกระบวนการรักษามะเร็งที่มีความซับซ้อน และในบางกรณียังคงอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยหรือการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจเข้ารับการรักษา รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง จึงควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ บทความนี้จาก LINNA Clinic จะพาไปทำความรู้จักกระบวนการดังกล่าวให้มากขึ้น Dendritic Cell Therapy คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร เหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดไหนบ้าง รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดที่ควรทราบ

Dendritic Cell Therapy คืออะไร?

Dendritic Cell Therapy เป็นหนึ่งในแนวทางเลือกเพื่อการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) แบบเฉพาะบุคคล ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากคุณสมบัติของ Dendritic Cell หรือเซลล์เดนไดรติก ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ หน้าที่สำคัญของ Dendritic Cell คือการตรวจจับสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค รวมถึงเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง ในร่างกาย จากนั้นจะประมวลผลและนำเสนอชิ้นส่วนของสิ่งเหล่านั้นหรือที่เรียกว่าแอนติเจน (Antigen) ให้กับ T-cell เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดการตอบสนองได้อย่างเหมาะสม

ด้วยหลักการดังกล่าว จึงได้มีการพัฒนา Dendritic Cell Therapy เพื่อใช้เป็นแนวทางเสริมในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งบางชนิด โดยนำเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ (Monocyte) ของผู้ป่วยมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน เพื่อพัฒนาให้เป็น Dendritic Cell จากนั้นจึงกระตุ้นด้วยแอนติเจนของเซลล์มะเร็ง (Tumor Antigen) และทำให้เซลล์เข้าสู่ระยะสมบูรณ์ (Maturation) ก่อนนำกลับเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ Dendritic Cell ทำหน้าที่นำเสนอแอนติเจนให้กับ T-cell โดยเฉพาะ CD8+ T-cell (Cytotoxic T lymphocyte) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตรวจจับและกำจัดเซลล์มะเร็ง

หลักการทำงานของ Dendritic Cell Therapy

เมื่อแพทย์ให้ Dendritic Cell กลับเข้าสู่ร่างกาย เซลล์เหล่านี้จะเคลื่อนที่ไปยังต่อมน้ำเหลืองและนำเสนอแอนติเจนของเซลล์มะเร็งให้กับ T-cell เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน T-cell ที่ถูกกระตุ้นจะเพิ่มจำนวนและเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่มีเซลล์มะเร็งหรือเซลล์ผิดปกติ หลังตรวจพบแอนติเจนเป้าหมายบนผิวของเซลล์มะเร็ง T-cell จะเข้าจับกับเซลล์ดังกล่าว และปล่อยสารสำคัญ เช่น Perforin และ Granzyme เพื่อกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งเข้าสู่กระบวนการตายของเซลล์ตามธรรมชาติ (Apoptosis)

อย่างไรก็ตาม Dendritic Cell Therapy ไม่ได้ทำหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงในลักษณะเดียวกับยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี แต่เป็นการสนับสนุนให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายสามารถจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น จึงมักพิจารณาใช้เป็นแนวทางเสริมควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐาน ภายใต้การดูแลและประเมินความเหมาะสมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค แอนติเจนที่ใช้ และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในแต่ละราย

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

ขั้นตอนการทำ Dendritic Cell Therapy

ขั้นตอนการทำ Dendritic Cell Therapy อาจแตกต่างกันไปตามเทคนิคของแต่ละสถานพยาบาล โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  • การตรวจประเมินสุขภาพก่อนการรักษา แพทย์จะประเมินชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ประวัติการรักษาเดิม และความพร้อมของร่างกาย รวมถึงสั่งตรวจเลือด ตรวจการทำงานของอวัยวะสำคัญ และตรวจภูมิคุ้มกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

  • การเก็บเซลล์เม็ดเลือดขาวและเพาะเลี้ยงเซลล์ แพทย์เก็บตัวอย่างเลือด และแยกเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ (Monocyte) เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน และกระตุ้นให้โมโนไซต์พัฒนาเป็น Dendritic Cell (ระยะ Immature Dendritic Cell: iDC) ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 5-6 วัน

  • การกระตุ้นเซลล์ด้วยแอนติเจนของมะเร็ง (Tumor Antigen) Dendritic Cell จะถูกกระตุ้นด้วยแอนติเจนของเซลล์มะเร็งเพื่อให้เกิดการเรียนรู้แอนติเจนเป้าหมาย และสามารถนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจใช้เวลาในขั้นตอนนี้ประมาณ 1-2 วัน

  • การทำให้เซลล์เข้าสู่ระยะสมบูรณ์ (Maturation) Dendritic Cell จะถูกกระตุ้นให้เข้าสู่ระยะสมบูรณ์ (Mature Dendritic Cell: mDC) เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำเสนอแอนติเจนและกระตุ้นการทำงานของ T-cell

  • การตรวจคุณภาพและความปลอดภัยของเซลล์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะตรวจสอบคุณภาพ จำนวนและความมีชีวิต (Cell Viability) รวมถึงความปลอดภัยของเซลล์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์มีคุณภาพและพร้อมสำหรับการนำไปใช้ทางคลินิก

  • การฉีดเซลล์กลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เมื่อเตรียมเซลล์เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะฉีด Dendritic Cell กลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยตามแนวทางที่เหมาะสม เช่น การฉีดเข้าทางผิวหนัง บริเวณต่อมน้ำเหลือง หรือทางหลอดเลือดดำ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

  • สังเกตอาการหลังให้เซลล์ ผู้ป่วยนั่งพักและสังเกตอาการอย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อเฝ้าระวังอาการผิดปกติเบื้องต้น และสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน เมื่ออาการคงที่

  • กำหนดให้เซลล์เป็นระยะและติดตามผลหลังทำแพทย์จะวางแผนให้เซลล์เป็นรอบๆ ตามแนวทางการรักษา เช่น ทุก 2-3 สัปดาห์ ร่วมกับการนัดติดตามผลเพื่อดูการตอบสนองของร่างกาย และปรับแผนการรักษาตามความเหมาะสม

ตลอดขั้นตอนการทำ Dendritic Cell Therapy ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินและวางแผนรักษาเฉพาะรายบุคคล และดำเนินการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีระบบปลอดเชื้อ และห้องปฏิบัติการที่ผ่านการควบคุมคุณภาพเท่านั้น

Dendritic Cell Therapy ช่วยเรื่องอะไร

  • ช่วยกระตุ้นให้ T-cell จดจำเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้นDendritic Cell มีหน้าที่นำเสนอแอนติเจนของเซลล์มะเร็งให้กับ T-cell โดยเฉพาะ CD8+ T-cell ซึ่งมีบทบาทในการตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติ สอดคล้องกับงานทบทวนในปี 2025 ซึ่งระบุว่า Dendritic Cell เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อมะเร็ง จึงอาจช่วยให้ร่างกายเรียนรู้เป้าหมายและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะขึ้น อย่างไรก็ตาม การรักษานี้ยังไม่ใช่วิธีที่ให้ผลลัพธ์แน่นอนในผู้ป่วยทุกราย และยังมีข้อจำกัดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมในระยะยาว (Sheykhhasan et al., 2025)

  • สนับสนุนการควบคุมโรคหรือชะลอการลุกลามในบางกรณี เมื่อ T-cell ในร่างกายสามารถจดจำแอนติเจนของเซลล์มะเร็งได้ดี จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันตรวจจับและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีส่วนสนับสนุนการควบคุมโรคในผู้ป่วยบางราย ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จากงานศึกษาปี 2025 ในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนหลังผ่าตัดจำนวน 16 ราย ที่ได้รับ Neo-P DC vaccine (วัคซีน Dendritic Cell ที่กระตุ้นด้วย neoantigen peptide) สามารถกระตุ้น T-cell ที่จำเพาะต่อแอนติเจนของมะเร็งได้ในผู้ป่วย 13 ราย หรือคิดเป็น 81.3% และกลุ่มที่เกิดการตอบสนองของ T-cell มีแนวโน้มผลลัพธ์ทางคลินิกที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นการศึกษาแบบย้อนหลังและมีจำนวนผู้ป่วยจำกัด (Oyama et al., 2025)

  • ช่วยเสริมประสิทธิภาพเมื่อใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งแบบมาตรฐานเช่น เคมีบำบัด การฉายรังสี ยามุ่งเป้า รวมถึงการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดรูปแบบอื่นๆ โดยมีงานวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งหลอดอาหารพบว่า การใช้ Dendritic Cell Vaccine ร่วมกับรังสีรักษาสามารถกระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะต่อมะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกตและมีจำนวนผู้ป่วยจำกัด (Wang et al., 2017)

ขณะที่งานวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก 4 การศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 871 ราย พบว่า การใช้เคมีบำบัดร่วมกับ Dendritic Cell Vaccine และ CIK Cell Therapy ช่วยให้ผลลัพธ์ด้านการรอดชีวิตดีกว่าการรักษาด้วยเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หลักฐานยังมีข้อจำกัด เนื่องจากรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเพียง 4 งาน และไม่สามารถแยกผลของ Dendritic Cell Vaccine ออกจาก CIK Cell Therapy ได้อย่างชัดเจน (Zhou et al., 2018)

Dendritic Cell Therapy ใช้กับมะเร็งชนิดใดบ้าง

ปัจจุบันมีการศึกษา Dendritic Cell Therapy เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางเสริมในการดูแลโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น

  • มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)

  • มะเร็งสมองชนิดกลิโอบลาสโตมา (Glioblastoma: GBM)

  • มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Melanoma)

  • มะเร็งไตชนิด Renal Cell Carcinoma (RCC)

  • มะเร็งชนิดก้อนอื่นๆ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งรังไข่บางชนิด ซึ่งยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม

  • มะเร็งระบบเลือดบางชนิด เช่น Multiple Myeloma, Acute Myeloid Leukemia (AML) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด (Lymphoma) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและการทดลองทางคลินิก

อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมและผลลัพธ์หลังการรักษาอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดและระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และแผนการรักษาร่วมอื่นๆ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินเป็นรายบุคคลก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา และควรทำความเข้าใจว่า Dendritic Cell Therapy เป็นเพียงแนวทางเสริมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษามาตรฐานทางการแพทย์ได้

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

Dendritic Cell Therapy เหมาะกับใคร

Dendritic Cell Therapy เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางกลุ่มที่แพทย์ประเมินแล้วว่าอาจได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เช่น

  • ผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดที่มีข้อมูลแอนติเจนหรือเป้าหมายของเซลล์มะเร็งที่เหมาะสม

  • ผู้ที่มองหาแนวทางเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐาน ภายใต้การดูแลของแพทย์

  • ผู้ป่วยมะเร็งในระยะลุกลาม หรือกลับมาเป็นซ้ำ

  • ผู้ที่มีสภาพร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันเหมาะสมต่อกระบวนการรักษา

  • ผู้ป่วยที่เข้าใจข้อจำกัดของการรักษา คาดหวังผลลัพธ์บนพื้นฐานความเป็นจริง และสามารถเข้ารับการติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับ Dendritic Cell Therapy

แม้ Dendritic Cell Therapy ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางเสริมในการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น

  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เพราะอาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นได้ในบางราย

  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน มีไข้ หรือมีการอักเสบรุนแรงในร่างกาย

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ ตับ ไต หรือโรคปอด

  • ผู้ป่วยที่สภาพร่างกายอ่อนแอมากจนไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง

  • ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ซึ่งยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอในปัจจุบัน

  • ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ที่เกินจริง และต้องการใช้ Dendritic Cell Therapy เพื่อทดแทนการรักษามาตรฐาน

Dendritic Cell Therapy and cancer immunotherapy at LINNA Clinic

Dendritic Cell Therapy อันตรายไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

โดยทั่วไป Dendritic Cell Therapy เป็นกระบวนการรักษามะเร็งในกลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัดที่สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับตัวผู้ป่วย เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ และดำเนินการภายในสถานพยาบาล หรือศูนย์การรักษามาตรฐาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกระบวนการนี้มีความเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน จึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้แบบชั่วคราว เช่น

  • ปวด บวม แดง หรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีดเซลล์

  • มีไข้ต่ำๆ หรือหนาวสั่น

  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ

  • คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือรู้สึกไม่สบายท้องชั่วคราว

ข้อดีของ Dendritic Cell Therapy

  • เป็นกระบวนการรักษาโรคมะเร็งแบบเฉพาะรายบุคคล แพทย์สามารถวางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับผู้ป่วยด้วยการประเมินร่วมกันจากหลายปัจจัย เช่น ชนิดและระยะของมะเร็ง แอนติเจนเป้าหมาย สภาพร่างกาย และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

  • Dendritic Cell Therapy มีหลักการทำงานที่มีความจำเพาะต่อเซลล์เป้าหมายจึงช่วยลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์ปกติที่ไม่เกี่ยวข้อง

  • ลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และการปฏิเสธเซลล์ของร่างกาย เนื่องจากเป็นกระบวนการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้เซลล์ภูมิคุ้มของผู้ป่วยเอง

  • ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วยให้สามารถจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น รวมถึงอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันระยะยาวซึ่งมีความสำคัญต่อการควบคุมโรคและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในผู้ป่วยบางราย

  • สามารถใช้เป็นแนวทางเสริมร่วมกับการรักษามาตรฐานตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายในผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด

  • เป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบภูมิคุ้มกันบำบัด ที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในช่วง 1-3 วันหลังทำเสร็จ

ข้อจำกัดของ Dendritic Cell Therapy ที่ควรรู้

Dendritic Cell Therapy เป็นอีกหนึ่งแนวทางของการรักษามะเร็งด้วยการใช้ภูมิคุ้มกันบำบัดที่มีการศึกษาและนำมาใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งหลายชนิด แต่ยังมีข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา ดังนี้

  • ไม่สามารถใช้ทดแทนการรักษาแบบมาตรฐาน โดยส่วนใหญ่ Dendritic Cell Therapy มักถูกพิจารณาเป็นแนวทางเสริมที่อาจใช้ควบคู่กับการรักษามาตรฐานตามดุลยพินิจของแพทย์

  • Dendritic Cell Therapy ไม่สามารถใช้ได้กับโรคมะเร็งทุกชนิด โดยยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการรักษาในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด

  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ผู้ป่วยบางรายอาจตอบสนองได้ดี ขณะที่บางรายอาจใช้เวลานานจึงจะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงหรือเห็นผลได้น้อย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดและระยะของโรคมะเร็ง แอนติเจนที่ใช้ สภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อ (Tumor Microenvironment) และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

  • ใช้เวลาในการรักษานานหลายสัปดาห์ เนื่องจากต้องมีขั้นตอนการเก็บเซลล์ แยกเซลล์ เพาะเลี้ยง และการกระตุ้นด้วยแอนติเจน รวมถึงมีการนัดให้เซลล์เป็นรอบๆ ตามแผนการรักษาที่แพทย์วางไว้ล่วงหน้า

  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อจัดเตรียมเซลล์เฉพาะบุคคล และอยู่ภายใต้การดูแลของทีมผู้ชำนาญการ

การดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ Dendritic Cell Therapy

การดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ Dendritic Cell Therapy เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายอยู่ในสภาวะพร้อม และช่วยลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

การดูแลตัวเองก่อนทำ Dendritic Cell Therapy

  • เข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียด โดยแพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของอวัยวะสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการประเมินชนิดของมะเร็ง ระยะโรค และประวัติการรักษาก่อนหน้า เพื่อวางแผนอย่างเหมาะสม

  • ผู้ป่วยควรแจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ อาหารเสริม สมุนไพร และประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการเก็บเซลล์

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

  • หลีกเลี่ยงการใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรบางชนิดโดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • หากมีไข้ ติดเชื้อ หรือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรแจ้งแพทย์เพื่อเลื่อนกำหนดนัดออกไปจนกว่าจะหายเป็นปกติ

การดูแลตัวเองหลังทำ Dendritic Cell Therapy

  • ดื่มน้ำให้มากขึ้นหรือตามแพทย์สั่ง และพักผ่อนให้เพียงพอ

  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

  • ดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำ

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสดใหม่ เพื่อส่งเสริมสมดุลระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้ามากเกินไปในช่วงแรกของการรักษา

  • เข้าพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามอาการและดูการตอบสนองของร่างกาย ไม่ผิดนัด หรือเลื่อนนัดโดยไม่มีความจำเป็น

  • สังเกตอาการของตนเองอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูงต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก รู้สึกปวดบริเวณที่ฉีดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการแพ้รุนแรง ผู้ป่วยดูอ่อนเพลียผิดปกติหรือซึมลง ควรพบแพทย์ทันที

สรุป

Dendritic Cell Therapy เป็นแนวทางรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดด้วยการใช้เซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วยมาเพาะเลี้ยงและกระตุ้นให้เรียนรู้แอนติเจนที่เกี่ยวข้องกับเซลล์มะเร็ง จากนั้นจึงให้ Dendritic Cell ในระยะสมบูรณ์กลับคืนสู่ร่างกาย เพื่อให้เซลล์เหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะ T-cell ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถจดจำและกำจัดเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น แม้กระบวนการนี้จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และสามารถใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานได้ในบางกรณี แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะโรค สภาพร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละราย นอกจากนี้ การทำ Dendritic Cell Therapy เป็นเพียงแนวทางเสริมในการรักษาโรคมะเร็ง และไม่สามารถใช้แทนการรักษาแบบมาตรฐานได้

ผู้ป่วยที่สนใจ Dendritic Cell Therapy ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมอย่างละเอียด ทั้งชนิดของมะเร็งและระยะของโรค ประวัติการรักษาเดิม สภาพร่างกาย และการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น และสอดคล้องกับภาวะของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

References

  • Sheykhhasan, M., Ahmadieh-Yazdi, A., Heidari, R., Chamanara, M., Akbari, M., Poondla, N., Yang, P., Malih, S., Manoochehri, H., Tanzadehpanah, H., Mahaki, H., Fayazi Hosseini, N., Dirbaziyan, A., Al-Musawi, S., & Kalhor, N. (2025). Revolutionizing cancer treatment: The power of dendritic cell-based vaccines in immunotherapy. Biomedicine & Pharmacotherapy, 184, 117858. https://doi.org/10.1016/j.biopha.2025.117858

  • Oyama, K., Nakata, K., Abe, T., Hirotaka, K., Fujimori, N., Kiyotani, K., Iwamoto, C., Ikenaga, N., Morisaki, S., Umebayashi, M., Tanaka, H., Koya, N., Nakagawa, S., Tsujimura, K., Yoshimura, S., Onishi, H., Nakamura, Y., Nakamura, M., & Morisaki, T. (2025). Neoantigen peptide-pulsed dendritic cell vaccine therapy after surgical treatment of pancreatic cancer: A retrospective study. Frontiers in Immunology, 16, 1571182. https://doi.org/10.3389/fimmu.2025.1571182

  • Wang, C., Pu, J., Yu, H., Liu, Y., Yan, H., He, Z., & Feng, X. (2017). A dendritic cell vaccine combined with radiotherapy activates the specific immune response in patients with esophageal cancer. Journal of Immunotherapy, 40(2), 71- https://doi.org/10.1097/CJI.0000000000000155

  • Zhou, X., Mo, X., Qiu, J., Zhao, J., Wang, S., Zhou, C., Su, Y., Lin, Z., & Ma, H. (2018). Chemotherapy combined with dendritic cell vaccine and cytokine-induced killer cells in the treatment of colorectal carcinoma: A meta-analysis. Cancer Management and Research, 10, 5363- https://doi.org/10.2147/CMAR.S173201

#Immunotherapy#Cancer#Dendritic Cell

บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

MSC Stemcell for Health Rejuvenation 10 Million Cells
Wellness Treatment

MSC Stemcell for Health Rejuvenation 10 Million Cells

฿70,000฿120,000
Double Filtration Plasmapheresis (DFPP)
Wellness Treatment

Double Filtration Plasmapheresis (DFPP)

฿99,000฿129,000

สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?

ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ
เวชศาสตร์ฟื้นฟู

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

CAR-T Cell Therapy นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษารูปแบบเดิม หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

อ่านบทความ
LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี
รูปร่างและลดน้ำหนัก

LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี

โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลรูปร่างและผิวพรรณโดยไม่ต้องผ่าตัด ผสาน 3 เทคโนโลยีในเครื่องเดียว Roboderm®, Laser 915 nm และ LED 650 nm

อ่านบทความ
LINNA Lymphatic Drainage Therapy by ICOONE Advanced Robotic Technique โปรแกรมกระตุ้นระบบน้ำเหลืองจากภายใน ดีอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และข้อควรรู้
รูปร่างและลดน้ำหนัก

LINNA Lymphatic Drainage Therapy by ICOONE Advanced Robotic Technique โปรแกรมกระตุ้นระบบน้ำเหลืองจากภายใน ดีอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และข้อควรรู้

ตื่นมาแล้วหน้าบวม ตัวบวมง่าย อ่อนเพลียบ่อย หรือรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นแม้พักผ่อนเพียงพอ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าระบบไหลเวียนน้ำเหลืองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อ่านบทความ