เวชศาสตร์ฟื้นฟู

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

CAR-T Cell Therapy นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษารูปแบบเดิม หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

ทีมแพทย์ LINNA Clinic2 ก.ค. 2569 21 นาที
CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

การรักษามะเร็งในยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการฉายรังสีเท่านั้น แต่ยังมีแนวทางการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ที่มุ่งเน้นการใช้ศักยภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมาช่วยจัดการกับเซลล์มะเร็ง หนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในวงการแพทย์ คือ CAR-T Cell Therapy ซึ่งเป็นการนำเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด T-cell ของผู้ป่วยมาดัดแปลงทางพันธุวิศวกรรม เพื่อช่วยให้เซลล์สามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษารูปแบบเดิม หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

อย่างไรก็ตาม แม้ CAR-T Cell Therapy จะเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีศักยภาพสูง แต่ก็เป็นกระบวนการรักษาที่ซับซ้อน มีข้อจำกัด และอาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ป่วยจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ มีข้อดีและข้อควรระวังอะไรที่ควรทราบ บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร

โดยปกติ T-cell เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย มีหน้าที่ตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติ เช่น เซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เซลล์ที่มีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ รวมถึงเซลล์มะเร็ง โดยอาศัยการจดจำแอนติเจน (Antigen) ที่อยู่บนผิวเซลล์ อย่างไรก็ตาม เซลล์มะเร็งบางชนิดสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของระบบภูมิคุ้มกัน โดยทำให้ T-cell มองเห็นเซลล์มะเร็งได้ยาก และไม่สามารถกระตุ้นการตอบสนองเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ CAR-T Cell Therapy หรือ Chimeric Antigen Receptor T-cell Therapy จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขข้อจำกัดนี้ ด้วยการนำ T-cell จากร่างกายของผู้ป่วยหรือจากผู้บริจาคที่มีความเหมาะสมไปดัดแปลงในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้มีตัวรับชนิดพิเศษที่เรียกว่า CAR (Chimeric Antigen Receptor) ซึ่งช่วยให้ T-cell สามารถจดจำและจับกับแอนติเจนเป้าหมายบนผิวเซลล์มะเร็งได้แม่นยำมากขึ้น หลังจากนั้น CAR-T Cell จะถูกนำไปเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวนให้เพียงพอต่อกระบวนการรักษา ก่อนส่งกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยผ่านทางหลอดเลือดดำ

หลังจากที่ CAR-T Cell เข้าสู่ร่างกาย เซลล์ใหม่เหล่านี้จะใช้ตัวรับชนิดพิเศษเพื่อตามหาและจับกับแอนติเจนจำเพาะที่อยู่บนผิวของเซลล์มะเร็ง เช่น CD19 ที่พบในมะเร็งกลุ่ม B-cell บางชนิด หรือ BCMA ที่พบในโรคมัลติเพิลมัยอีโลมา (Multiple Myeloma) จากนั้นจึงปล่อยสารสำคัญอย่าง Perforin และ Granzyme เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ในขณะเดียวกัน CAR-T Cell จะหลั่งไซโตไคน์ (Cytokines) เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนในร่างกายได้ระยะหนึ่ง จึงมีส่วนช่วยควบคุมโรคและช่วยให้ผลการรักษาอยู่ได้นานขึ้นในผู้ป่วยบางราย

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

CAR-T Cell Therapy ช่วยรักษามะเร็งได้จริงไหม?

CAR-T Cell Therapy เป็นแนวทางที่สามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้จริง โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ แม้การรักษานี้จะไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยหายขาดได้ในทุกกรณี แต่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ป่วยบางรายสามารถตอบสนองต่อการรักษาได้ดี โรคเข้าสู่ภาวะสงบ และมีการตอบสนองต่อการรักษาได้นานหลายปี

อ้างอิงจากการติดตามผลระยะยาวของการศึกษา ZUMA-1 ในผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Large B-cell Lymphoma ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา พบว่า Axicabtagene Ciloleucel หรือ Axi-cel ช่วยให้ผู้ป่วยมีอัตราการตอบสนองโดยรวม 83% และมีอัตราการตอบสนองสมบูรณ์ 58% โดยยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่ตอบสนองต่อการรักษาต่อเนื่องในระยะยาว (Neelapu et al., 2023) ซึ่งสะท้อนว่า CAR-T Cell Therapy อาจมีศักยภาพในการควบคุมโรคได้ยาวนานในผู้ป่วยบางราย

ข้อมูลจากการศึกษา ELIANA ที่ติดตามผลระยะยาวประมาณ 3 ปี ในกลุ่มผู้ป่วยเด็กและวัยหนุ่มสาวที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิด B-cell Acute Lymphoblastic Leukemia (B-ALL) ซึ่งกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษา พบว่า Tisagenlecleucel ช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากเข้าสู่ภาวะที่โรคสงบได้ และผู้ป่วยบางรายยังคงมีการตอบสนองต่อการรักษาได้ต่อเนื่องหลายปี (Laetsch et al., 2023)

ในขณะที่งานทบทวนข้อมูลระยะยาวเกี่ยวกับ CAR-T Cell Therapy ระบุว่า CAR-T Cell ที่มุ่งเป้าแอนติเจน CD19 อาจช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งกลุ่ม B-cell บางรายเข้าสู่ภาวะโรคสงบได้ในระยะยาว และมีศักยภาพในการนำไปสู่การหายขาดในผู้ป่วยบางกลุ่ม ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ส่วน CAR-T Cell ที่มุ่งเป้า BCMA ในผู้ป่วย Multiple Myeloma แม้ให้ผลตอบสนองดี แต่ระยะเวลาการสงบของโรคมักสั้นกว่าเมื่อเทียบกับ CD19 CAR-T ในมะเร็งกลุ่ม B-cell (Cappell & Kochenderfer, 2023)

จึงอาจกล่าวได้ว่า CAR-T Cell Therapy เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการรักษามะเร็งบางชนิด ซึ่งมีศักยภาพในการช่วยควบคุมความรุนแรงของโรค และทำให้ผู้ป่วยบางรายมีระยะปลอดโรคยาวนานขึ้น ทั้งนี้ ผลลัพธ์หลังทำอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ปริมาณเซลล์มะเร็งในร่างกาย สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

CAR-T Cell Therapy รักษาโรคมะเร็งชนิดไหนได้บ้าง

ปัจจุบัน CAR-T Cell Therapy ถูกนำมาใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด โดยมักพิจารณาใช้ในกลุ่มที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานหรือกลับมาเป็นซ้ำ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วย

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิด B-cell (B-cell Acute Lymphoblastic Leukemia: B-cell ALL)

  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด B-cell ขนาดใหญ่แบบแพร่กระจาย (Diffuse Large B-cell Lymphoma: DLBCL)

  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแมนเทิลเซลล์ (Mantle Cell Lymphoma: MCL)

  • มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฟอลลิคูลาร์ (Follicular Lymphoma: FL)

  • โรคมัลติเพิลมัยอีโลมา (Multiple Myeloma: MM)

ทั้งนี้ การพิจารณาว่าผู้ป่วยเหมาะสมกับ CAR-T Cell Therapy หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค การรักษาที่เคยได้รับก่อนหน้า และสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเฉพาะรายบุคคล

CAR-T Cell Therapy ต่างจากการรักษามะเร็งแบบเดิมอย่างไร

สามารถสรุปความแตกต่างระหว่าง CAR-T Cell Therapy และการรักษามะเร็งแบบเดิม ดังนี้

  • รูปแบบการรักษา CAR-T Cell Therapy เป็นการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด ด้วยการใช้ T-cell ของผู้ป่วยมาดัดแปลงให้มีตัวรับชนิดพิเศษที่สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างเฉพาะเจาะจง ในขณะที่การรักษามาตรฐานมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น การผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งออก การฉายรังสีเพื่อทำลายหรือยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง การใช้เคมีบำบัดเพื่อออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว รวมถึงการใช้ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ในผู้ป่วยที่มีเป้าหมายของยาตรงกับชนิดของโรค

  • กลุ่มผู้ป่วยที่เหมาะสมCAR-T Cell Therapy มักพิจารณาใช้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือมีโรคกลับมาเป็นซ้ำ ในขณะที่การรักษามาตรฐานสามารถใช้ได้กับมะเร็งหลายชนิด ตามความเหมาะสมของผู้ป่วย

  • ความจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง CAR-T Cell Therapy ถูกออกแบบให้จดจำแอนติเจนเป้าหมายบนผิวเซลล์มะเร็ง จึงมีความจำเพาะต่อเซลล์เป้าหมายมากขึ้น และช่วยลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่เกี่ยวข้อง ในขณะที่เคมีบำบัดออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว จึงอาจส่งผลต่อเซลล์ปกติที่แบ่งตัวเร็ว เช่น เซลล์เม็ดเลือด เซลล์รากผม และเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร ส่วนการฉายรังสีอาจส่งผลต่อเซลล์ปกติบริเวณใกล้เคียงกับตำแหน่งที่รักษา และการรักษามะเร็งด้วยยามุ่งเป้าที่แม้จะมีความจำเพาะมากขึ้น แต่ใช้ได้กับผู้ป่วยที่มีเป้าหมายของยาตรงกับชนิดของโรคเท่านั้น

CAR-T Cell Therapy เหมาะกับใคร

  • ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

  • ผู้ป่วยที่มีสุขภาพโดยรวมและการทำงานของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจ ปอด ตับ และไต เหมาะสมต่อการรักษา

  • ผู้ที่สามารถเข้ารับการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดหลังการรักษา

ทั้งนี้ การพิจารณาว่าผู้ป่วยเหมาะกับการทำ CAR-T Cell Therapy หรือไม่ จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางเป็นรายบุคคล

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับ CAR-T Cell Therapy

แม้ว่า CAR-T Cell Therapy จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด แต่อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ หรือมีโรคร่วมบางอย่าง ดังนี้

  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อรุนแรงที่ยังควบคุมไม่ได้ผู้ที่มีการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ หรือไต ผิดปกติรุนแรงผู้ที่มีภาวะทางระบบประสาทบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอมากหรืออาการของโรคทรุดลงอย่างรวดเร็วผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิดที่ยังไม่มีข้อบ่งใช้ในการทำ CAR-T Cell Therapy เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งตับอ่อน ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติมผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีมะเร็งชนิดอื่นร่วมอยู่ในร่างกาย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษา และความปลอดภัยของผู้ป่วย

  • ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อรุนแรงที่ยังควบคุมไม่ได้

  • ผู้ที่มีการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ หรือไต ผิดปกติรุนแรง

  • ผู้ที่มีภาวะทางระบบประสาทบางชนิดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง

  • ผู้ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอมากหรืออาการของโรคทรุดลงอย่างรวดเร็ว

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิดที่ยังไม่มีข้อบ่งใช้ในการทำ CAR-T Cell Therapy เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งตับอ่อน ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการศึกษาและการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติม

  • ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีมะเร็งชนิดอื่นร่วมอยู่ในร่างกาย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษา และความปลอดภัยของผู้ป่วย

ขั้นตอนการทำ CAR-T Cell Therapy

CAR-T Cell Therapy เป็นกระบวนการรักษามะเร็งเฉพาะบุคคล ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  • การประเมินร่างกายก่อนรักษา แพทย์จะประเมินชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค ประวัติการรักษา และความพร้อมของร่างกาย เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม

  • การเก็บ T-cell จากเลือดของผู้ป่วยโดยแพทย์จะเจาะเลือดจากหลอดเลือดดำ และกรองแยกเม็ดเลือด (Leukapheresis) เพื่อแยกเอาเฉพาะ T-cell และนำส่งเลือดส่วนที่เหลือกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วย

  • การดัดแปลงเซลล์ในห้องปฏิบัติการ T-cell จะถูกดัดแปลงให้มีตัวรับ CAR เพื่อช่วยให้เซลล์สามารถจดจำและจับกับเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้อย่างจำเพาะมากขึ้น

  • การเพาะเพิ่มจำนวน CAR-T Cellหลังจากดัดแปลงเซลล์เรียบร้อยแล้ว CAR-T Cell จะถูกเพาะเพิ่มจำนวนให้เพียงพอต่อการรักษา โดยขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ระหว่างนั้นแพทย์อาจให้การรักษาเสริม เพื่อช่วยควบคุมโรคระหว่างรอเซลล์

  • การเตรียมร่างกายก่อนให้ CAR-T Cellผู้ป่วยมักได้รับเคมีบำบัดขนาดต่ำก่อนรับ CAR-T Cell เพื่อช่วยลดจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันบางส่วน และเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการรับเซลล์ใหม่

  • การให้ CAR-T Cell เข้าสู่ร่างกาย แพทย์จะให้ CAR-T Cell กลับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำ โดยจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที หรือนานกว่านั้นในบางกรณี

  • การติดตามอาการหลังการรักษา หลังจากได้รับ CAR-T Cell ผู้ป่วยจะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลหรือศูนย์รักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อประเมินการตอบสนองของร่างกายและเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เมื่อผู้ป่วยมีอาการคงที่แพทย์จึงจะพิจารณาให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องพักอยู่ใกล้โรงพยาบาลหรือศูนย์รักษาต่ออีกระยะตามดุลยพินิจของแพทย์

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

ข้อดีของ CAR-T Cell Therapy

  • เป็นการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Immunotherapy) จึงสามารถออกฤทธิ์จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น ช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์ปกติที่ไม่เกี่ยวข้อง

  • ใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเพื่อต่อสู้กับเซลล์มะเร็งโดยตรง และมีการออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ช่วยลดความเสี่ยงจากการปฏิเสธของร่างกาย

  • ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดบางชนิด โดยเฉพาะในเคสที่การรักษาแบบมาตรฐานไม่ได้ผล หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

  • CAR-T Cell สามารถเพิ่มจำนวนและทำงานในร่างกายได้ในช่วงเวลาหนึ่ง จึงมีส่วนช่วยให้โรคเข้าสู่ภาวะสงบ และทำให้ผู้ป่วยบางรายมีระยะปลอดโรคยาวนานขึ้น

ข้อจำกัดของ CAR-T Cell Therapy

  • CAR-T Cell Therapy ใช้ได้กับมะเร็งบางชนิดเท่านั้น โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิดที่มีแอนติเจนเป้าหมายชัดเจนบนผิวของเซลล์มะเร็ง

  • ไม่ใช่การรักษาขั้นแรกในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยแพทย์มักพิจารณาใช้ CAR-T Cell Therapy ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน หรือมีโรคกลับมาเป็นซ้ำ

  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการรักษาที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและการจัดเตรียมเซลล์เฉพาะบุคคล

  • เป็นกระบวนการรักษาที่ต้องใช้เวลา โดยอาจใช้เวลาตั้งแต่ 2-4 เดือน หรืออาจนานกว่านั้นในบางกรณี จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรง และมีความพร้อมด้านเวลา

  • ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหลังการรักษา ผู้ป่วยต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาจต้องพักอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลจนครบระยะเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถกลับมารับการดูแลได้ทันทีหากมีอาการผิดปกติ และเข้าพบแพทย์ตามกำหนดนัดอย่างต่อเนื่อง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ CAR-T Cell Therapy

แม้ CAR-T Cell Therapy จะเป็นแนวทางการรักษาที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด แต่ก็มีประเด็นสำคัญที่ควรทำความเข้าใจ ดังนี้

  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของโรค ระยะของโรค สุขภาพโดยรวม การรักษาที่เคยได้รับมาก่อน และการตอบสนองของร่างกายต่อ CAR-T Cell Therapy

  • ในระหว่างรอ CAR-T Cell ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการรักษาเสริม เช่น เคมีบำบัด รังสีรักษา ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อช่วยควบคุมโรค

  • ก่อนรับ CAR-T Cell ผู้ป่วยมักได้รับเคมีบำบัดขนาดต่ำ เพื่อลดจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันบางส่วน และเตรียมสภาพร่างกายให้เหมาะต่อการเพิ่มจำนวนและการทำงานของ CAR-T Cell

  • อาจเกิดผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เช่น ภาวะอักเสบรุนแรงจากการหลั่งสารไซโตไคน์ (CRS) ผลข้างเคียงทางระบบประสาท (ICANS) ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อ่อนเพลีย ภาวะเม็ดเลือดต่ำ หรือภูมิคุ้มกันลดลง

  • ต้องเข้าพบแพทย์อย่างต่อเนื่องหลังการรักษา โดยแพทย์จะนัดติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ นานหลายเดือนหรือหลายปี เพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษา เฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำและติดตามภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

การทำ CAR-T Cell Therapy ปลอดภัยไหม? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

CAR-T Cell Therapy เป็นกระบวนการรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การรักษานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงแรกของการรักษา เช่น

  • ภาวะ Cytokine Release Syndrome (CRS) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองมากเกินไปหลังได้รับ CAR-T Cell อาจทำให้ผู้ป่วยมีไข้ หนาวสั่น ความดันโลหิตต่ำ หายใจลำบาก อ่อนเพลีย หรือในรายที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้อวัยวะสำคัญล้มเหลวได้ความผิดปกติทางระบบประสาทบางอย่าง (ICANS) เช่น รู้สึกสับสน มึนงง สื่อสารติดขัด รู้สึกง่วงซึม มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก มีปัญหาด้านการทรงตัว หรือมีภาวะชักได้ในบางรายภาวะเม็ดเลือดต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย มีภาวะซีด เลือดออกง่าย และมีอาการบวมช้ำได้ง่ายกว่าปกติความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอาจลดลงในช่วงแรกหลังการรักษา ผู้ป่วยจึงต้องดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

  • ภาวะ Cytokine Release Syndrome (CRS) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองมากเกินไปหลังได้รับ CAR-T Cell อาจทำให้ผู้ป่วยมีไข้ หนาวสั่น ความดันโลหิตต่ำ หายใจลำบาก อ่อนเพลีย หรือในรายที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลให้อวัยวะสำคัญล้มเหลวได้

  • ความผิดปกติทางระบบประสาทบางอย่าง (ICANS) เช่น รู้สึกสับสน มึนงง สื่อสารติดขัด รู้สึกง่วงซึม มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก มีปัญหาด้านการทรงตัว หรือมีภาวะชักได้ในบางราย

  • ภาวะเม็ดเลือดต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย มีภาวะซีด เลือดออกง่าย และมีอาการบวมช้ำได้ง่ายกว่าปกติ

  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอาจลดลงในช่วงแรกหลังการรักษา ผู้ป่วยจึงต้องดูแลสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และสังเกตตัวเองอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที

วิธีดูแลตัวเองก่อน-หลังทำ CAR-T Cell Therapy

ก่อนเข้ารับ CAR-T Cell Therapy

ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยมีคำแนะนำดังนี้

  • แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เช่น โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่ใช้ ประวัติการแพ้ยาและสารต่างๆ ประวัติการผ่าตัด และประวัติการรักษามะเร็งในช่วงก่อนหน้า

  • เข้ารับการตรวจประเมินสุขภาพตามที่แพทย์กำหนด โดยแพทย์จะมีการตรวจเลือด ประเมินการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ปอด ไต และตับ การตรวจคัดกรองภาวะติดเชื้อ นอกจากนี้อาจมีการพิจารณาตรวจไขกระดูก CT scan หรือ MRI ในบางกรณี

  • พักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างกายก่อนการเก็บเซลล์

  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด และงดการสัมผัสกับผู้ป่วย

  • เตรียมความพร้อมด้านผู้ดูแล หลังจากได้รับ CAR-T Cell ผู้ป่วยอาจเกิดผลข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวัง จึงควรมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังการรักษา

หลังทำ CAR-T Cell Therapy ควรดูแลตัวเองดังนี้

  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะด้วยตัวเอง งดใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย อย่างน้อย 8 สัปดาห์

  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ล้างมือบ่อย ๆ และดูแลสุขอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

  • ควรวัดอุณหภูมิวันละ 1-2 ครั้ง และจดบันทึกไว้เพื่อดูแนวโน้มอุณหภูมิของร่างกาย

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และปรุงสดใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืน อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

  • ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่แพทย์แนะนำ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน

  • นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรง รวมถึงการออกกำลังกายหนักๆ ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมเบาๆ เช่น การเดิน การฝึกโยคะ ในระหว่างการฟื้นตัว

  • เข้าพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ทานยาตามที่แพทย์สั่งจ่าย ไม่หยุดยา ปรับยา หรือรับประทานอาหารเสริม สมุนไพรอื่นๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • หากพบอาการผิดปกติ เช่น หนาวสั่น มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการทางระบบประสาทที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ควรรีบนำตัวผู้ป่วยเข้าพบแพทย์ทันที

สรุป

CAR-T Cell Therapy เป็นหนึ่งในนวัตกรรมการรักษามะเร็งที่อาศัยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยนำ T-cell มาดัดแปลงให้สามารถจดจำและโจมตีเซลล์มะเร็งเป้าหมายได้อย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามะเร็งรูปแบบอื่น หรือกลับมาเป็นซ้ำหลังการรักษาเดิม มีส่วนช่วยในการควบคุมโรคได้นานขึ้นและส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม CAR-T Cell Therapy อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งบางกลุ่ม และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามระยะของโรค สภาวะสุขภาพ และการตอบสนองของร่างกายของแต่ละบุคคล ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ช่วยให้กระบวนการรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและสอดคล้องกับภาวะโรคของผู้ป่วย

References

  • Neelapu, S. S., Jacobson, C. A., Ghobadi, A., Miklos, D. B., Lekakis, L. J., Oluwole, O. O., Lin, Y., Braunschweig, I., Hill, B. T., Timmerman, J. M., Deol, A., Reagan, P. M., Stiff, P., Flinn, I. W., Farooq, U., Goy, A. H., McSweeney, P. A., Munoz, J., Siddiqi, T., … Locke, F. L. (2023). Five-year follow-up of ZUMA-1 supports the curative potential of axicabtagene ciloleucel in refractory large B-cell lymphoma. Blood, 141(19), 2307–2315. https://doi.org/10.1182/blood.2022018893.

  • Laetsch, T. W., Maude, S. L., Rives, S., Hiramatsu, H., Bittencourt, H., Bader, P., Baruchel, A., Boyer, M., De Moerloose, B., Qayed, M., Buechner, J., Pulsipher, M. A., Myers, G. D., Stefanski, H. E., Martin, P. L., Nemecek, E., Peters, C., Yanik, G., Khaw, S. L., … Grupp, S. A. (2023). Three-year update of tisagenlecleucel in pediatric and young adult patients with relapsed/refractory acute lymphoblastic leukemia in the ELIANA trial. Journal of Clinical Oncology, 41(9), 1664–1669. https://doi.org/10.1200/JCO.22.00642

  • Cappell, K. M., & Kochenderfer, J. N. (2023). Long-term outcomes following CAR T cell therapy: What we know so far. Nature Reviews Clinical Oncology, 20, 359–371. https://doi.org/10.1038/s41571-023-00754-1

#Immunotherapy#Cancer#T-cell

บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

MSC Stemcell for Health Rejuvenation 10 Million Cells
Wellness Treatment

MSC Stemcell for Health Rejuvenation 10 Million Cells

฿70,000฿120,000

สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?

ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Dendritic Cell Therapy and cancer immunotherapy at LINNA Clinic
เวชศาสตร์ฟื้นฟู

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

Dendritic Cell Therapy หรือการบำบัดด้วยเซลล์เดนไดรติก คือภูมิคุ้มกันบำบัดเฉพาะบุคคล ที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น

อ่านบทความ
LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี
รูปร่างและลดน้ำหนัก

LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี

โปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลรูปร่างและผิวพรรณโดยไม่ต้องผ่าตัด ผสาน 3 เทคโนโลยีในเครื่องเดียว Roboderm®, Laser 915 nm และ LED 650 nm

อ่านบทความ
LINNA Lymphatic Drainage Therapy by ICOONE Advanced Robotic Technique โปรแกรมกระตุ้นระบบน้ำเหลืองจากภายใน ดีอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และข้อควรรู้
รูปร่างและลดน้ำหนัก

LINNA Lymphatic Drainage Therapy by ICOONE Advanced Robotic Technique โปรแกรมกระตุ้นระบบน้ำเหลืองจากภายใน ดีอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และข้อควรรู้

ตื่นมาแล้วหน้าบวม ตัวบวมง่าย อ่อนเพลียบ่อย หรือรู้สึกไม่ค่อยสดชื่นแม้พักผ่อนเพียงพอ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าระบบไหลเวียนน้ำเหลืองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อ่านบทความ