
หลังการผ่าตัด ดูดไขมัน แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ทุกคนต่างต้องคาดหวังจะต้องเป็นสัดส่วนที่สวยงามเข้ารูป ผิวพรรณเรียบเนียน และดูกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ผู้เข้ารับบริการหลายรายอาจต้องกังวลใจเมื่อพบปัญหาผิวเป็นคลื่น เป็นลอน มีรอยนูนบุ๋ม หรือสัมผัสแล้วรู้สึกไม่เรียบสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา เอว และสะโพก ซึ่งปัญหาผิวเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่เทคนิคและแผนการรักษาของแพทย์ ภาวะบวมและการคั่งของของเหลวในเนื้อเยื่อ การเกิดพังผืด การหดตัวของผิว รวมถึงคุณภาพผิวเดิมและการตอบสนองของร่างกายที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาผิวเป็นคลื่น ผิวไม่เรียบหลังผ่าตัดและดูดไขมันในบางกรณี สามารถจัดการให้ดีขึ้นได้ด้วยเทคนิควิธีที่เหมาะสม บทความนี้จาก LINNA Clinic จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาผิวหลังทำหัตถการ วิธีฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนมากขึ้น พร้อมแนะนำโปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการได้อย่างอ่อนโยน
ผิวเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน หลังผ่าตัด ดูดไขมัน เกิดจากสาเหตุใด?
ปัญหาผิวเป็นคลื่น ดูไม่เรียบเนียน หลังการผ่าตัดหรือดูดไขมัน อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุร่วมกัน ทั้งจากปัจจัยด้านการรักษาและปัจจัยของผู้เข้ารับบริการ ดังนี้
- เทคนิคและการวางแผนการรักษาของแพทย์ การผ่าตัดและการดูดไขมัน จำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างผิว ชั้นไขมัน และสรีระที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากเทคนิคและการวางแผนไม่สอดคล้องกับปัญหา ก็อาจส่งผลให้เกิดรอยนูน รอยบุ๋ม หรือผิวดูเป็นคลื่นหลังทำหัตถการได้
- เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดหรือดูดไขมัน ปัจจุบันมีเทคนิคและอุปกรณ์ผ่าตัด ดูดไขมันหลายรูปแบบ ซึ่งมีหลักการทำงานแตกต่างกัน การเลือกชนิดและขนาดของอุปกรณ์ รวมถึงการปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับบริเวณที่ทำและสภาพเนื้อเยื่อเฉพาะบุคคล จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
- อาการบวมและของเหลวคั่งในช่วงแรกหลังการผ่าตัด ดูดไขมัน เนื่องจากเนื้อเยื่อเกิดการอักเสบจากกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติ ทำให้มีของเหลวคั่งและบวมไม่เท่ากัน ส่งผลให้ผิวดูนูนต่ำหรือไม่เรียบเนียนได้ อย่างไรก็ตาม อาการนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อเนื้อเยื่อเข้าสู่ระยะฟื้นตัวและอาการบวมลดลง
- เกิดพังผืดและการยึดติดของเนื้อเยื่อ หลังการผ่าตัดหรือดูดไขมัน ร่างกายจะสร้างและจัดเรียงเนื้อเยื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ แต่หากเกิดพังผืดมากเกินไป หรือกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวแข็งตัวและเกิดแรงยึดรั้ง ดึงรั้งผิวชั้นบนจนกลายเป็นรอยบุ๋ม ผิวเป็นคลื่น หรือดูไม่เรียบเนียนได้
- สภาพผิวและความยืดหยุ่นของผิวแต่ละบุคคล หลังการดูดไขมันหรือการผ่าตัดที่ทำให้ปริมาตรของเนื้อเยื่อลดลง ผิวจะค่อยๆ หดตัวเพื่อปรับให้เข้ากับรูปร่างใหม่ หากสภาพผิวเดิมมีความยืดหยุ่นน้อย ผิวหย่อนคล้อย เคยมีน้ำหนักตัวมากหรือผ่านการตั้งครรภ์มาก่อน อาจทำให้ผิวหดกลับได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผิวดูหลวม เป็นรอยพับ เป็นลอน หรือดูไม่เรียบเนียนได้ง่าย
- การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด หากขาดการดูแลอย่างเหมาะสมหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ เช่น ไม่สวมชุดยกกระชับอย่างต่อเนื่อง การนั่งหรือนอนกดบริเวณเดิมเป็นเวลานาน หรือรีบกลับไปใช้ร่างกายหนักเกินไป อาจส่งผลให้การฟื้นตัวของเนื้อเยื่อและการยุบบวมไม่สม่ำเสมอ จนเกิดปัญหาผิวเป็นคลื่น ดูไม่เรียบเนียนตามมาได้
ผิวเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียนหลังผ่าตัด ดูดไขมันผลกระทบของปัญหา ผิวเป็นคลื่น ผิวไม่เรียบ หลังผ่าตัด ดูดไขมัน
- ผิวพรรณดูไม่เรียบเนียน เนื่องจากผิวมีลักษณะเป็นลอนคลื่น มีรอยบุ๋ม ดูไม่เรียบเนียน ในบางรายอาจมองเห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา
- ผิวดูบวม ตึง หรือแข็งกว่าปกติในบางตำแหน่ง ซึ่งอาจเกิดจากการมีของเหลวคั่งในเนื้อเยื่อ หรือการสร้างพังผืดที่ผิดปกติ ทำให้ผิวมีลักษณะแข็งเป็นไต ดูไม่สม่ำเสมอ และอาจรู้สึกเจ็บได้ในบางราย
- สัดส่วนดูไม่สมมาตร ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ทำให้แต่งตัวยาก และอาจรู้สึกไม่พึงพอใจผลลัพธ์ที่ได้หลังทำหัตถการ
- อาจต้องทำหัตถการหรือผ่าตัดแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อทำให้ปัญหาผิวเป็นคลื่น ดูไม่เรียบเนียน ดูดีขึ้น ซึ่งมักมีความซับซ้อนและอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำครั้งแรก
ผิวหน้าท้องหย่อนคล้อยและไม่เรียบเนียนหลังผ่าตัด ดูดไขมันผิวเป็นคลื่น ผิวไม่เรียบ หลังผ่าตัด ดูดไขมัน หายเองได้ไหม?
ผิวเป็นคลื่น ดูไม่เรียบเนียน หลังผ่าตัดและดูดไขมันในบางลักษณะ เช่น อาการบวม การคั่งของน้ำเหลืองใต้ชั้นผิว หรือภาวะผิวตึงรั้งจากกระบวนการซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย สามารถค่อยๆ ดีขึ้นเองได้ โดยมักเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และจะฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ภายใน 3-6 เดือน ระยะเวลาที่ใช้อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งนี้ ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด และอาจเสริมการดูแลด้วยวิธีที่เหมาะสมเพื่อช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนเลือด การระบายน้ำเหลืองและการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาผิวเป็นคลื่น ดูไม่เรียบเนียนหลังผ่าตัดหรือดูดไขมัน อาจไม่สามารถหายได้เองทั้งหมด โดยเฉพาะในเคสที่เกิดปัญหาในระดับโครงสร้างของเนื้อเยื่อและชั้นไขมัน เช่น การดูดไขมันไม่สม่ำเสมอ ดูดมากเกินไป ดูดไขมันที่ผิวชั้นตื้น การเกิดพังผืดยึดรั้งผิวที่ผิดปกติ หรือมีผิวส่วนเกินค่อนข้างมาก ซึ่งควรเข้ารับการประเมินหาสาเหตุและวางแผนฟื้นฟูอย่างเหมาะสมโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ
วิธีฟื้นฟูผิวเป็นคลื่น ผิวไม่เรียบ หลังผ่าตัด ดูดไขมัน
วิธีฟื้นฟูผิวหลังการผ่าตัด หรือดูดไขมัน ต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยสามารถดูแลได้หลายด้านร่วมกัน ได้แก่
- ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ดูแลทำความสะอาดรอยแผล ใส่ชุดกระชับอย่างต่อเนื่อง และเข้าพบแพทย์ตามกำหนดนัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวและติดตามความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
- เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม เน้นการทำกิจกรรมเบาๆ เช่น การเดิน โยคะ การปั่นจักรยาน ตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนเลือด รวมถึงลดภาวะแทรกซ้อนจากการอยู่นิ่งเป็นเวลานาน ในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ควรรอให้แพทย์อนุญาตก่อนกลับไปทำกิจกรรมตามปกติ
- ดูแลร่างกายให้แข็งแรงและพร้อมต่อการฟื้นตัว รับประทานอาหารให้ครบหมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยขับสารตกค้าง พักผ่อนอย่างเหมาะสม และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้รบกวนกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- แก้ไขปัญหาด้วยหัตถการทางการแพทย์ที่เหมาะสม เช่น การเติมไขมันในบริเวณที่เป็นรอยบุ๋ม รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขสำหรับผู้ที่มีพังผืดหนา มีผิวส่วนเกินมาก ผิวหย่อนคล้อยรุนแรง โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนแก้ไขตามความเหมาะสมในแต่ละเคส
- ฟื้นฟูผิวและเนื้อเยื่อด้วยหัตถการทางการแพทย์ สำหรับผู้ที่ผ่านการประเมินโดยแพทย์ อาจพิจารณาเสริมการดูแลผิวด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม เช่น การบำบัดด้วยแสง คลื่นความถี่สูง การนวดระบายน้ำเหลือง (MLD) และ โปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® นวัตกรรมเพื่อการดูแลรูปร่างและผิวพรรณโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยี Roboderm® Microstimulation ทำงานร่วมกับ Laser 915 nm และ LED 650 nm เพื่อกระตุ้นผิวและเนื้อเยื่ออย่างอ่อนโยน ช่วยสนับสนุนการไหลเวียนเลือดและการระบายน้ำเหลือง ลดการคั่งของของเหลวและอาการบวม รวมถึงช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวและเนื้อเยื่อในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดหรือดูดไขมัน ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์และทีม Beauty Specialist ของ LINNA Clinic
โปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® คืออะไร? ช่วยฟื้นฟูผิวหลังผ่าตัด ดูดไขมัน ได้อย่างไร
LINNA Body Sculpting by iCOONE® เป็นโปรแกรมดูแลรูปร่างและฟื้นฟูคุณภาพผิวแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive) ด้วยการใช้เทคโนโลยีสิทธิบัตรจากอิตาลี Roboderm® และระบบสุญญากาศ Multi Micro Alveolar Stimulation (M.M.A.S.) เพื่อช่วยกระตุ้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยจัดเรียงเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวใหม่ โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย สร้างผลลัพธ์ผิวเรียบเนียน ดูกระชับ ที่ชัดเจนและยาวนาน
ตัวเครื่อง iCOONE® ที่ LINNA Clinic ใช้ เป็นรุ่น Laser Med ทำงานร่วมกับ Laser 915 nm และ LED 650 nm เพื่อช่วยส่งเสริมการไหลเวียน กระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ และสนับสนุนการทำงานของเซลล์ผิว โดยสามารถปรับระดับการทำงานให้เหมาะกับสภาพผิว ตำแหน่งที่ต้องการดูแล และการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลได้อย่างละเอียด ครอบคลุมหลายตำแหน่งทั่วทั้งร่างกาย มีส่วนช่วยฟื้นฟูผิวหลังผ่าตัด ดูดไขมัน เพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน ให้ดูดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติผ่านกระบวนการสำคัญ ดังนี้
- ช่วยส่งเสริมการระบายน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) ลดการคั่งของของเหลวส่วนเกินในเนื้อเยื่อ ลดอาการบวมน้ำ หลังการผ่าตัดและดูดไขมัน
- ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดระดับจุลภาค (Microcirculation) ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อ สนับสนุนสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวหลังทำหัตถการ
- ช่วยลดปัญหาผิวตึงแข็งและการยึดติดของเนื้อเยื่อหลังทำหัตถการ ด้วยเทคโนโลยี Roboderm® Microstimulation ที่ช่วยกระตุ้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความตึงแข็งและการยึดติดของเนื้อเยื่อ รวมถึงช่วยลดโอกาสการเกิดพังผืด (Fibrosis) ที่ใต้ชั้นผิว
- ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับของผิว ด้วยเทคโนโลยี Roboderm® Microstimulation ร่วมกับ LED 650 nm ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ รวมถึงการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จึงมีส่วนช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม iCOONE® เป็นเพียงอีกหนึ่งแนวทางเสริมในการฟื้นฟูคุณภาพผิว ที่ช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นและดูไม่เรียบเนียนหลังการผ่าตัดหรือดูดไขมันได้ในบางกรณี หากปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนหรือเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างชั้นผิว อาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้หัตถการอื่นร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ควรเริ่มทำ iCOONE® หลังผ่าตัด หรือดูดไขมันเมื่อไหร่?
สามารถเริ่มทำ LINNA Body Sculpting by iCOONE® ได้ประมาณ 48-72 ชั่วโมงหลังผ่าตัดหรือดูดไขมัน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและพิจารณาความเหมาะสมก่อนทำ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่สามารถเริ่มทำได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ทำ ขนาดของแผล ระดับอาการบวม และการฟื้นตัวหลังทำหัตถการ
ทำ LINNA Body Sculpting by iCOONE® ได้บ่อยแค่ไหน?
ในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์แบบเร่งรัด สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนทำ LINNA Body Sculpting by iCOONE® ได้ทุก 3-5 วัน โดยไม่มีผลข้างเคียง เนื่องจากเทคโนโลยีของ iCOONE® ไม่ก่อให้เกิดการสะสมของคลื่นความร้อนหรือพลังงานในร่างกาย ทั้งนี้ แนะนำเป็นคอร์สประมาณ 10 ครั้งขึ้นไป เพื่อส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟู ช่วยคลายพังผืด จัดระเบียบชั้นผิวใหม่ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นในแต่ละครั้งที่ทำ และเมื่อได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ อาจลดความถี่เหลือ 1-2 ครั้งต่อเดือน
ข้อดีของโปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® ที่ LINNA Clinic
โปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® ถูกออกแบบให้สามารถปรับรูปแบบการดูแลตามปัญหา สภาพผิว และระยะการฟื้นตัวของแต่ละบุคคล ภายใต้การดูแลของแพทย์และทีม Beauty Specialist ของคลินิก โดยมีจุดเด่นที่เหมาะสำหรับการใช้เป็นโปรแกรมฟื้นฟูผิวหลังการผ่าตัด และดูดไขมัน ดังนี้
- ใช้เทคโนโลยี Roboderm® และ Multi Micro Alveolar Stimulation (M.M.A.S.) เพื่อกระตุ้นผิวและเนื้อเยื่ออย่างสม่ำเสมอ สามารถสร้าง Microstimulation ได้สูงสุด 21,600 ครั้งต่อนาที *ขึ้นอยู่กับหัวทรีตเมนต์ที่เลือกใช้
- ตัวเครื่อง iCOONE® ที่ LINNA Clinic ใช้ เป็นรุ่น Laser Med มีระบบทำงานร่วมกับ Laser 915 nm และ LED 650 nm ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพเนื้อเยื่อและระบบไหลเวียนเลือด
- สามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล สามารถปรับระดับและรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการดูแลและเป้าหมายหลังทำหัตถการ รวมถึงสามารถใช้ร่วมกับหัตถการอื่นตามความเหมาะสม เพื่อช่วยเสริมผลลัพธ์ในการฟื้นฟูผิวและเนื้อเยื่อ
- สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำและผลลัพธ์มีแนวโน้มสะสมได้ดีเมื่อเข้ารับโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
- มีหัวทรีตเมนต์ (Handpieces) ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Robosolo, Robotwins, Robomini Twins และ Robomicro สามารถเลือกให้เหมาะกับทั้งบริเวณขนาดใหญ่ เช่น หน้าท้อง ก้น ต้นขา สะโพก และบริเวณที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น เช่น เนินอก ต้นแขน ต้นขาด้านใน เข่า หลังส่วนบน และมือ
- เป็นเทคโนโลยีกระชับสัดส่วนและฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือเปิดแผลเพิ่มเติม ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ อาจมีเพียงรอยแดงเล็กน้อยจากระบบสุญญากาศ ซึ่งจะค่อยๆ จางลงและหายได้เองภายในไม่กี่วัน
สรุป
ปัญหาผิวเป็นคลื่นหรือไม่เรียบหลังผ่าตัดและดูดไขมัน อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งอาการบวม การคั่งของของเหลว การปรับตัวของเนื้อเยื่อ สภาพผิวเดิมและการดูแลหลังทำ ซึ่งบางกรณีอาจค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาผิวยังคงอยู่แม้ผ่านมานานหลายเดือนหรือหลายปีหลังทำหัตถการ อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในระดับโครงสร้างชั้นผิว เช่น การจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อที่ไม่สม่ำเสมอหรือการเกิดพังผืดใต้ผิว ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถวางแผนฟื้นฟูได้ด้วยโปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® ที่ LINNA Clinic โดยควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
สนใจเข้ารับคำปรึกษาและประเมินสภาพผิวกับทีมแพทย์และ Beauty Specialist ของ LINNA Clinic สามารถติดต่อได้ที่ 063-609-8888, WhatsApp +66 91-979-9554 หรือ LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ
บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic
สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?
ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ



