
Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) คืออะไร ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างปลอดภัยจริงหรือไม่ ต่างจาก Ozone Therapy ทั่วไปอย่างไร?
Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) นวัตกรรมทางเลือกของการทำโอโซนบำบัดที่แตกต่างไปจากการทำ Ozone Therapy รูปแบบทั่วไป ด้วยเทคนิคและการควบคุมอัตราการเติมโอโซนบริสุทธิ์เข้าสู่เส้นเลือดดำในปริมาณต่ำอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงเซลล์เนื้อเยื่ออื่น ๆ ภายในร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย
การประเมินโดยแพทย์
ทุกโปรแกรมเริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์และตรวจสอบประวัติสุขภาพ
มาตรฐานที่ได้รับการรับรอง
คลินิกได้รับใบอนุญาต ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน และดำเนินการภายใต้ระบบปลอดเชื้อ
โปรแกรมเฉพาะบุคคล
จำนวนครั้ง ปริมาณ และรูปแบบโปรแกรมจะได้รับการออกแบบให้เหมาะกับเป้าหมายและผลการประเมินของแต่ละบุคคล
Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) นวัตกรรมทางเลือกของการทำโอโซนบำบัดที่แตกต่างไปจากการทำ Ozone Therapy รูปแบบทั่วไป ด้วยเทคนิคและการควบคุมอัตราการเติมโอโซนบริสุทธิ์เข้าสู่เส้นเลือดดำในปริมาณต่ำอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือด ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงเซลล์เนื้อเยื่ออื่น ๆ ภายในร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย
สำหรับใครที่กำลังมองหาการแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine) เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคตและฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงจากภายใน Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลร่างกายที่เหมาะสำหรับคุณ
Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง และควรทำบ่อยแค่ไหน บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ
Ozone Therapy คืออะไร (EBOO PLUS Technique)
Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonation นวัตกรรมทางเลือกเพื่อการบำบัดร่างกายด้วยการเติมโอโซนบริสุทธิ์ (Ozone) เข้ากับเลือด และกรองทำความสะอาดด้วยฟิลเตอร์ชนิดพิเศษ จากนั้นจึงเติมเลือดที่สะอาดและผ่านกระบวนการโอโซนกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างช้า ๆ ผ่านทางเส้นเลือดดำ
นอกจากนี้ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) มีความพิเศษตรงที่แพทย์จะตรวจประวัติสุขภาพและประเมินปัญหาแบบรายบุคคลก่อนทำ รวมถึงอาจแนะนำการเสริมวิตามินหรือสารที่จำเป็นด้วย Tailor-Made IV Drip เพื่อให้เหมาะกับปัญหาสุขภาพของผู้รับบริการแต่ละคนมากที่สุด

ผลลัพธ์ที่ได้อาจช่วยบรรเทาความรู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า สนับสนุนการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงช่วยกำจัดจุลินทรีย์ สารพิษ และของเสียบางชนิดที่ตกค้างภายในร่างกาย พร้อมช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวและสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการบำบัดควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์หลังทำ LINNA Ozone Therapy (EBOO Technique)

Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ต่างจาก Ozone Therapy ทั่วไปอย่างไร
- ความเข้มข้นของโอโซน: การทำ Ozone Therapy รูปแบบทั่วไปมักใช้วิธีการดริป (Drip) โอโซนจากถุงเข้าสู่เส้นเลือดในอัตราความเข้มข้นสูงประมาณ 60–80 ไมโครกรัม/cc ในขณะที่ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ใช้เทคนิคการเติมโอโซนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ความเข้มข้นประมาณ 0.1–0.5 ไมโครกรัม/cc และไม่เกิน 2 ไมโครกรัม ซึ่งมีระดับความเข้มข้นต่ำกว่ามาก ช่วยลดความเสี่ยงจากโอโซนในปริมาณสูง รวมถึงความเสี่ยงที่เม็ดเลือดแดงจะเปราะหรือแตก
- ผลการศึกษาวิจัย: มีผลการศึกษาวิจัยระบุว่าการเติมโอโซนในปริมาณความเข้มข้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเทคนิคของ Ozone Therapy (EBOO Technique) อาจช่วยให้ออกซิเจนจับกับเม็ดเลือดแดงได้ดีขึ้น ส่งผลให้เซลล์ภายในร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น
- การตรวจสอบเม็ดเลือดแดงแบบเรียลไทม์: Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) มีระบบตรวจจับลักษณะของเม็ดเลือดแดง (Detector) แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยตรวจสอบว่าเม็ดเลือดแดงอยู่ในระดับปลอดภัยหรือไม่ หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์สามารถหยุดขั้นตอนการบำบัดได้อย่างทันท่วงที ในขณะที่ Ozone Therapy รูปแบบทั่วไปอาจไม่สามารถตรวจสอบสภาพของเม็ดเลือดแดงระหว่างการบำบัดได้แบบเรียลไทม์
- ข้อจำกัดตามสภาวะร่างกาย: Ozone Therapy รูปแบบทั่วไปอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคเลือดบางประเภท ส่วน Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) อาจพิจารณาทำได้ในผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงอ่อนแอบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมียหรือมีภาวะ G6PD โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผู้เข้ารับการบำบัดควรปรึกษาแพทย์และประเมินสภาวะร่างกายอย่างละเอียดก่อนเริ่มขั้นตอน
การดูแลเฉพาะบุคคล: นอกจากนี้ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ยังมีการตรวจประวัติสุขภาพและประเมินปัญหาเป็นรายบุคคลก่อนทำ รวมถึงอาจมีการแนะนำวิตามิน แร่ธาตุ หรือสารบางชนิดด้วย Tailor-Made IV Drip เพื่อให้เหมาะกับปัญหาสุขภาพของแต่ละบุคคลมากที่สุด

Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ช่วยเรื่องอะไร
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย
- ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่งและสุขภาพดี
- ช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย
- ช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง
- ช่วยดีท็อกซ์และขับสารพิษหรือของเสียที่ตกค้างสะสมออกจากร่างกาย
- ช่วยยับยั้งและกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ยีสต์ ปรสิต เชื้อรา และโปรโตซัวออกจากร่างกาย
- ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย และบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
- ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด และช่วยให้บาดแผลต่าง ๆ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น

Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตหรือมีภาวะความดันโลหิตสูง
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือระบบไหลเวียนโลหิต
- ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
- ผู้ที่อยู่ในช่วงพักฟื้นหลังได้รับเชื้อ COVID-19
- ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย
- ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งและต้องการสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายใต้คำแนะนำของแพทย์
- ผู้ที่มีความเหนื่อยล้าสะสมหรือมีอาการอ่อนเพลียบ่อย
- ผู้ที่มีอาการปวดข้อ ปวดกระดูก หรือมีภาวะข้อเสื่อม
- ผู้ที่มีภาวะอักเสบภายในร่างกาย
- ผู้ป่วยโรคไลม์ (Lyme Disease) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง

ขั้นตอนการทำ Ozone Therapy (EBOO Technique)
- การนำเลือดเข้าสู่ระบบภายนอกร่างกาย: แพทย์จะเจาะเส้นเลือดดำบริเวณแขนของผู้รับการบำบัด แล้วส่งเลือดผ่านสายไปยังไส้กรองปลอดเชื้อเพื่อกรองของเสีย ก่อนที่เลือดจะไหลเวียนผ่านระบบเติมออกซิเจนและโอโซนทางการแพทย์
- การเติมโอโซนทางการแพทย์ (O₃) ให้กับเลือด: เครื่องกำเนิดโอโซนจะเปลี่ยนออกซิเจนบริสุทธิ์ (O₂) ให้กลายเป็นโอโซน (O₃) แล้วผสมกับเลือดที่ผ่านไส้กรองจากขั้นตอนแรก โดยแพทย์จะควบคุมระดับความเข้มข้นของโอโซนอย่างระมัดระวังและปรับให้เหมาะกับผู้รับการบำบัดแต่ละราย เมื่อโอโซนเข้าสู่ระบบเลือด จะเกิดการแตกตัวเป็นออกซิเจนและสารประกอบที่เกี่ยวข้องกับโอโซน
- การนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย: หลังจากเลือดผ่านกระบวนการโอโซนและการกรองเรียบร้อยแล้ว เลือดจะถูกนำกลับเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเส้นเลือดดำบริเวณแขนอีกข้าง ขั้นตอนทั้งหมดจะดำเนินเป็นวงจรในระบบปิดและปราศจากเชื้ออย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นกระบวนการบำบัด
Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ใช้เวลาทำนานไหม
การทำ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) อาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากทำเสร็จ ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น

Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ควรทำบ่อยแค่ไหน
จำนวนครั้งที่ควรทำและระดับความเข้มข้นของโอโซนที่เหมาะสมแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวม อายุ และปัญหาสุขภาพที่ต้องการฟื้นฟู
โดยทั่วไปอาจแนะนำให้ทำ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ประมาณ 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ และแนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 4–5 ครั้ง หลังจากนั้นสามารถกลับมาทำซ้ำทุก 3–4 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์
ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) อันตรายไหม
- เป็นนวัตกรรมการบำบัดด้วยโอโซนทางการแพทย์ที่ดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์
- เป็นรูปแบบการบำบัดที่มีการให้บริการในหลายประเทศ
- ทุกขั้นตอนดำเนินการในระบบปิด ช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อมภายนอก
- สามารถควบคุมระดับโอโซนให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้รับการบำบัดแต่ละบุคคล
- สามารถปรับอัตรา ปริมาณ และ Protocol ให้เหมาะกับผู้รับบริการ เพื่อให้กระบวนการบำบัดเป็นไปอย่างสบายมากขึ้น
- เครื่องมือที่คลินิกเลือกใช้เป็นเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน
- ทุกขั้นตอนดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และผ่านการดูแลเคสการบำบัดรวมมากกว่า 30,000 เคส
กลุ่มที่ควรระวังก่อนตัดสินใจทำ Ozone Therapy (EBOO Technique)
- ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์
- ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด โดยควรแจ้งประวัติการรักษาและยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบโดยละเอียด
- ผู้ที่มีประวัติแพ้หรือไวต่อโอโซน ซึ่งไม่แนะนำให้ทำ
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ผู้เข้ารับการบำบัดควรพบแพทย์เพื่อประเมินสภาวะร่างกายอย่างละเอียดแบบ Case by Case ว่าเหมาะกับการทำ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) หรือไม่ พร้อมวางแผนการบำบัดให้เหมาะกับสุขภาพของแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวก่อนและหลัง Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique)
เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์และช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน ผู้รับบริการควรเตรียมตัวก่อนและดูแลตัวเองหลังเข้ารับการบำบัดดังนี้
การเตรียมตัวก่อนทำ
- เข้าปรึกษาแพทย์และประเมินสภาวะร่างกายอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเข้ารับการบำบัด
- พักผ่อนให้เพียงพอ โดยควรนอนหลับประมาณ 6–8 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยสนับสนุนการไหลเวียนของเลือด
- งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 วันก่อนเข้ารับการบำบัด
- ควรรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการบำบัดอย่างน้อย 30 นาที เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
- งดรับประทานวิตามินซี 1 วันก่อนทำ เนื่องจากวิตามินซีอาจลดปฏิกิริยาของโอโซนภายในร่างกาย และสามารถกลับไปรับประทานได้หลังทำครบ 1 วัน
- ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดต้องแจ้งแพทย์ก่อนทำ และห้ามหยุดยาด้วยตนเอง การปรับหรือหยุดยาต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลเท่านั้น

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ
- พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบหมู่ โดยเน้นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วันหลังการบำบัด
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก เพื่อป้องกันอาการบวม ช้ำ หรือห้อเลือดบริเวณรอยเข็มที่แขนทั้งสองข้าง
Ozone Therapy EBOO Technique เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจากภายในผ่านกระบวนการโอโซนทางการแพทย์ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความสนใจในต่างประเทศมาเป็นเวลานาน
สำหรับผู้ที่สนใจทำโอโซนบำบัดด้วย EBOO Technique โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ LINNA Clinic พร้อมให้บริการ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี และผ่านการดูแลเคสการบำบัดรวมมากกว่า 30,000 เคส
สามารถนัดหมายและปรึกษา LINNA Clinic ได้ที่หมายเลข 063-609-8888 หรือทาง LINE: @linnaclinics
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ผู้รับบริการควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ







การปรึกษาและสอบถามราคา
โปรแกรม EBOO Therapy (Ozone) จะได้รับการวางแผนเป็นรายบุคคลหลังจากแพทย์ประเมินสุขภาพ กรุณาติดต่อทีมดูแลของ LINNA Clinic เพื่อสอบถามราคาปัจจุบัน แพ็กเกจ และวันนัดหมายที่ว่าง
- ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทุกโปรแกรม
- แจ้งราคาอย่างชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- ทีมดูแลลูกค้าหลายภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และอาหรับ



