
Plasmapheresis หัตถการทางการแพทย์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติในการช่วยกรองและลดสารไม่พึงประสงค์บางชนิดที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด เช่น ไขมัน แอนติบอดีที่ผิดปกติ สารก่อการอักเสบ และสารบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของโรค นอกจากนี้ ข้อมูลงานวิจัยบางส่วนยังพบว่า Plasmapheresis อาจมีส่วนช่วยในการลดไมโครพลาสติก (Microplastics) และนาโนพลาสติก (Nanoplastics) ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว และมีการตรวจพบในเลือดรวมถึงเนื้อเยื่อบางชนิดของมนุษย์
สำหรับผู้ที่สนใจแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน อาจเกิดคำถามว่า Plasmapheresis ช่วยลด Microplastics และ Nanoplastics ในเลือดได้จริงหรือไม่? หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันมีข้อมูลสนับสนุนมากน้อยเพียงใด บทความนี้ LINNA Clinic มีคำตอบ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ไมโครพลาสติก (Microplastics) และนาโนพลาสติก (Nanoplastics) คืออะไร?
ไมโครพลาสติก (Microplastics) และนาโนพลาสติก (Nanoplastics) หรือ MNPs คืออนุภาคพลาสติกขนาดเล็ก ซึ่งอาจถูกผลิตขึ้นให้มีขนาดเล็กตั้งแต่ต้นหรือเกิดจากการแตกตัวและเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์พลาสติกขนาดใหญ่ในสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไป Microplastics หมายถึงอนุภาคพลาสติกที่มีขนาดประมาณ 1 ไมโครเมตร (µm) ถึงเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ส่วน Nanoplastics หมายถึงอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมโครเมตร ทั้งนี้ เกณฑ์การแบ่งขนาดของ Nanoplastics อาจแตกต่างกันไปตามนิยามที่ใช้ในแต่ละงานวิจัยและหน่วยงาน
ด้วยขนาดที่เล็กมากและคุณสมบัติทางกายภาพ ส่งผลให้ MNPs บางส่วนสามารถเคลื่อนย้ายผ่านแนวกั้นทางชีวภาพของร่างกาย (Biological Barriers) เข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ โดยปัจจุบันมีรายงานการตรวจพบอนุภาคหรือองค์ประกอบของพลาสติกในหลายส่วนของร่างกายมนุษย์ เช่น ระบบทางเดินอาหาร เนื้อเยื่อปอด รก (Placenta) ผนังหลอดเลือด รวมถึงมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการผ่าน Blood-Brain Barrier ซึ่งเป็นแนวกั้นสำคัญระหว่างกระแสเลือดกับระบบประสาทส่วนกลาง
ไมโครพลาสติก (Microplastics) และนาโนพลาสติก (Nanoplastics) เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างไร
มนุษย์สามารถรับ MNPs เข้าสู่ร่างกายผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน รวมถึงการสูดดมอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ โดยอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากบางส่วนอาจสามารถผ่านแนวกั้นชีวภาพของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ ก่อนเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือด รวมถึงอาจกระจายไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย
อ้างอิงจากการศึกษาของ Leslie และคณะ ในปี 2022 ที่วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดจากอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 22 คน พบองค์ประกอบของพอลิเมอร์พลาสติกหลายชนิดในกระแสเลือด ได้แก่ Polyethylene Terephthalate (PET), Polyethylene (PE), Styrene Polymers และ Poly(methyl methacrylate) (PMMA) โดยตรวจพบความเข้มข้นรวมเฉลี่ยของพลาสติกประมาณ 1.6 µg/mL ผลการศึกษานี้เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนว่าองค์ประกอบของอนุภาคพลาสติกสามารถเข้าสู่กระแสเลือดของมนุษย์ได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยดังกล่าวไม่ได้ระบุโดยตรงว่าอนุภาคพลาสติกเข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางใด และเป็นงานศึกษาในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม (Leslie et al., 2022)
Microplastics และ Nanoplastics อันตรายอย่างไร? ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
แม้ข้อมูลในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุผลกระทบต่อสุขภาพของ MNPs ต่อร่างกายของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน แต่มีงานศึกษาวิจัยหลายฉบับที่พบกลไกซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น
-
กระตุ้นภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) อนุภาคพลาสติกอาจเพิ่มการสร้าง Reactive Oxygen Species (ROS) จนรบกวนสมดุลภายในเซลล์ และนำไปสู่ความเสียหายของโปรตีน ไขมัน เยื่อหุ้มเซลล์ และ DNA ซึ่งหากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะอักเสบ ความผิดปกติของหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังบางชนิด
-
อาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบ (Inflammation) เมื่ออนุภาคพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันอาจตอบสนองต่ออนุภาคเหล่านี้ในลักษณะของสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันและการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ซึ่งอาจเพิ่มภาวะการอักเสบภายในร่างกายได้
-
รบกวนการทำงานของเซลล์และไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) งานวิจัยระดับเซลล์พบว่า MNPs บางชนิด อาจรบกวนการทำงานของไมโทคอนเดรียซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานให้เซลล์ โดยพบความเกี่ยวข้องกับการสร้าง ATP ที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของ Reactive Oxygen Species (ROS) ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายและการตายของเซลล์ อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนใหญ่ยังมาจากการศึกษาในห้องปฏิบัติการ และจำเป็นต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม (Li et al., 2023)
-
อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด งานศึกษาในผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดนำคราบพลัคออกจากหลอดเลือดคาโรติด (Carotid Endarterectomy) จำนวน 304 ราย (มีผู้ติดตามผลครบ 257 ราย) ตรวจพบ MNPs บางชนิดภายในคราบพลัค และพบว่ากลุ่มที่ตรวจพบอนุภาคพลาสติกมีอัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือเสียชีวิตจากทุกสาเหตุสูงกว่ากลุ่มที่ตรวจไม่พบ ในช่วงติดตามเฉลี่ยประมาณ 33.7 เดือน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต (Observational Study) ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กในคราบพลัคและความเสี่ยงของการเกิดโรค และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรง (Marfella et al., 2024)
วิธีหลีกเลี่ยงการรับ Microplastics และ Nanoplastics เข้าสู่ร่างกาย
แม้โอกาสที่จะลดการสัมผัส MNPs ในปัจจุบันจะทำได้ยาก เนื่องจากอนุภาคเหล่านี้สามารถพบได้ทั้งในอาหาร น้ำ และอากาศ แต่เราสามารถลดการสัมผัสให้น้อยลงด้วยวิธีต่างๆ เช่น
-
หลีกเลี่ยงการอุ่นหรือการทานอาหารที่มีอุณหภูมิสูงในภาชนะพลาสติกที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับความร้อน
-
ลดการใช้ภาชนะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวหรือโฟม หันมาเลือกใช้แก้ว สเตนเลส หรือเซรามิก สำหรับใส่อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อลดการสัมผัสกับพลาสติกโดยไม่จำเป็น
-
หลีกเลี่ยงการใช้ขวดหรือกล่องพลาสติกที่เสื่อมสภาพ มีรอยแตกหัก ขีดข่วน หรือผ่านความร้อนสูงเป็นเวลานาน
-
เลือกใช้อุปกรณ์ทำอาหารอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงวัสดุประเภทพลาสติก และทดแทนด้วยวัสดุประเภทสเตนเลส แก้ว ไม้ หรือเซรามิก
-
ดูแลทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดฝุ่น รวมถึงอนุภาคเส้นใยพลาสติกจากสิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุต่างๆ
-
ล้างวัตถุดิบ ผัก และผลไม้ ให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน
ร่างกายสามารถกำจัด Microplastics และ Nanoplastics ออกเองได้หรือไม่?
ร่างกายมนุษย์มีกลไกที่สามารถขับ MNPs บางส่วนออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ และนอกจากนี้ ยังมีรายงานการตรวจพบไมโครพลาสติกในปัสสาวะของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการกำจัดอนุภาคพลาสติกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด รูปร่าง ชนิดของพอลิเมอร์ คุณสมบัติของพื้นผิว และตำแหน่งที่กระจายอยู่ในร่างกาย ซึ่งทำให้นาโนพลาสติกมีแนวโน้มที่จะถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ยากกว่าไมโครพลาสติกที่มีขนาดใหญ่กว่า
แม้ร่างกายจะสามารถขับอนุภาคพลาสติกบางส่วนออกได้เอง แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถกำจัด MNPs ที่ตกค้างในกระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อได้ทั้งหมด ส่งผลให้แนวทางทางการแพทย์ที่มีบทบาทในการกรองและคัดแยกสารบางชนิดออกจากเลือดได้รับความสนใจมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Plasmapheresis ซึ่งมีรายงานการตรวจพบอนุภาคที่มีลักษณะสอดคล้องกับไมโครและนาโนพลาสติก ในส่วนที่ถูกคัดแยกออกระหว่างกระบวนการ รวมถึงมีข้อมูลเบื้องต้นในมนุษย์ที่พบว่าปริมาณ Microplastics ในเลือดอาจลดลงหลังการทำ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้เป็นเพียงแนวทางเสริมเพื่อช่วยคัดกรองและลดปริมาณสารไม่พึงประสงค์บางส่วนที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด ไม่ใช่วิธีกำจัดหรือรักษาผลกระทบที่เกิดจาก MNPs โดยตรง รวมถึงยังต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม เพื่อประเมินทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
Plasmapheresis คืออะไร? ทำงานอย่างไร
Plasmapheresis คือกระบวนการแยกพลาสมา (Plasma) ออกจากเซลล์เม็ดเลือดผ่านระบบภายนอกร่างกาย เพื่อช่วยคัดแยกและลดสารไม่พึงประสงค์บางชนิดที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด ในทางการแพทย์ Plasmapheresis มีหลายเทคนิค ได้แก่ Therapeutic Plasma Exchange (TPE) ซึ่งเป็นการนำพลาสมาของผู้ป่วยออกและทดแทนด้วยสารน้ำที่เหมาะสม และ Double Filtration Plasmapheresis (DFPP) ซึ่งใช้ระบบกรองพลาสมาแบบสองขั้นตอน เพื่อคัดแยกสารบางชนิดออกจากพลาสมาได้อย่างจำเพาะมากขึ้น ลดโอกาสการสูญเสียสารสำคัญในพลาสมา และใช้สารทดแทนน้อย ซึ่งมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
-
แยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือด โดยนำเลือดเข้าสู่เครื่องและผ่านตัวกรองชั้นแรก เพื่อแยกพลาสมาออกจากส่วนประกอบของเลือด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด
-
กรองสารบางชนิดออกจากพลาสมา โดยนำพลาสมาที่แยกได้ผ่านตัวกรองชั้นที่สอง ซึ่งออกแบบมาให้สามารถคัดแยกโมเลกุลตามขนาด เพื่อช่วยลดสารบางชนิดที่ต้องการกำจัดออกจากพลาสมา
-
นำส่วนประกอบของเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย โดยพลาสมาส่วนที่ผ่านการกรอง ร่วมกับเซลล์เม็ดเลือดจะถูกส่งกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด
จุดเด่นของ DFPP คือสามารถเลือกกรองสารโมเลกุลขนาดใหญ่บางชนิดออกจากพลาสมาได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยรักษาส่วนประกอบบางส่วนที่ยังจำเป็นต่อร่างกายไว้ได้มากกว่าการทำ Plasma Exchange แบบทั่วไปซึ่งเป็นการนำพลาสมาออกทั้งหมดและต้องใช้สารเหลวทดแทน
Plasmapheresis (DFPP) ช่วยลด Microplastics และ Nanoplastics ในเลือดได้จริงหรือไม่?
ปัจจุบัน เริ่มมีข้อมูลจากการศึกษาในมนุษย์ที่ชี้ให้เห็นว่า Double-Filtration Plasmapheresis (DFPP) ซึ่งเป็นกระบวนการกรองพลาสมาแบบ 2 ขั้นตอน อาจมีศักยภาพในการช่วยลด MNPs ที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในด้านนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และจำเป็นต้องมีการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ และติดตามผลในระยะยาว
อ้างอิงจากการศึกษาของ Scholkmann และ Gatti ในปี 2022 นำสารที่ถูกกรองออกจากพลาสมาระหว่างการทำ DFPP มาตรวจด้วยเทคนิค FE-SEM/EDX และพบอนุภาคขนาดตั้งแต่ระดับนาโนเมตรถึงไมโครเมตรในส่วนที่ถูกคัดแยกออก ผลดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานเบื้องต้นว่า อนุภาคขนาดเล็กสามารถพบได้ในส่วนที่ถูกคัดแยกออกจากพลาสมาระหว่างการทำ DFPP อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่าอนุภาคที่ตรวจพบทั้งหมดเป็น Microplastics หรือ Nanoplastics โดยเฉพาะ (Scholkmann & Gatti, 2022)
ต่อมาในปี 2025 Bornstein และคณะได้วิเคราะห์สารที่ถูกคัดแยกออกจากพลาสมาระหว่างการทำ Therapeutic Apheresis แบบ Double Filtration (INUSpheresis) จากผู้เข้ารับการรักษา 21 ราย ด้วยเทคนิค ATR-FT-IR และพบสารที่มีลักษณะสอดคล้องกับพอลิเมอร์หลายชนิด เช่น Polyamide-6 และ Polyurethane ผลการศึกษานี้จึงช่วยสนับสนุนว่าอนุภาคที่มีลักษณะคล้าย Microplastics และ Nanoplastics อาจถูกกรองและคัดแยกออกจากพลาสมาได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ไม่ได้วัดระดับอนุภาคพลาสติกในเลือดก่อนและหลังทำ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่า DFPP ช่วยลด Microplastics และ Nanoplastics ในกระแสเลือดได้มากน้อยเพียงใด (Bornstein et al., 2025)
จากนั้นในปี 2026 Bornstein และคณะได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของ Microplastics และ Nanoplastics ในเลือดทั้งก่อนและหลังการทำ DFPP โดยใช้เทคนิคตรวจหลายรูปแบบ พบว่า Polyethylene (PE) ลดลงในผู้เข้าร่วมทั้ง 4 รายที่ตรวจด้วยเทคนิค Py-GC-MS และ Polyvinyl Chloride (PVC) ลดลงใน 3 จาก 4 ราย ขณะที่การตรวจด้วย Nile Red ร่วมกับ Flow Cytometry ในผู้เข้าร่วมอีก 4 ราย พบจำนวนอนุภาคที่ตรวจจับได้ลดลงเฉลี่ยประมาณ 70% หลังทำ DFPP อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอนุภาคที่ตรวจพบทั้งหมดเป็น Microplastics หรือ Nanoplastics ได้อย่างจำเพาะ ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างยังมีขนาดเล็ก และพอลิเมอร์แต่ละชนิดไม่ได้ลดลงในทิศทางเดียวกันทั้งหมด จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่า DFPP สามารถลดพลาสติกทุกชนิดได้ในระดับเดียวกัน หรือสามารถกำจัดอนุภาคพลาสติกออกจากร่างกายได้ทั้งหมด (Bornstein et al., 2026)
อาจกล่าวได้ว่า มีข้อมูลในมนุษย์ที่สนับสนุนว่า Plasmapheresis (DFPP) อาจช่วยลด Microplastics ที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าผลดังกล่าวจะคงอยู่ได้นานเพียงใด หรือสามารถลดอนุภาคพลาสติกที่กระจายหรือสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อและอวัยวะอื่นได้ด้วยหรือไม่ ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับ Nanoplastics ยังมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอนุภาคมีขนาดเล็กมากและตรวจวัดได้ยาก
ผู้ที่สนใจ Plasmapheresis (DFPP) ควรเข้าใจว่า แนวทางดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาประสิทธิภาพในการช่วยลด MNPs รวมถึงความปลอดภัยในระยะยาว จึงควรพิจารณาใช้เพื่อเป็นแนวทางส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วิธีการรักษาโรค โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินข้อบ่งชี้และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้ Plasmapheresis (DFPP) เพื่อช่วยลด Microplastics และ Nanoplastics
แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของ Plasmapheresis (DFPP) ในการช่วยลดอนุภาคพลาสติกที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด แต่ยังมีข้อควรรู้และข้อจำกัดที่ควรพิจารณา ได้แก่
-
ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางมาตรฐานทางการแพทย์ที่แนะนำให้คนทั่วไปทำ Plasmapheresis เพื่อจุดประสงค์ในการกำจัดไมโครและนาโนพลาสติกที่อยู่ในกระแสเลือดเป็นหลัก
-
ข้อมูลด้านนาโนพลาสติกยังค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะการตรวจวัดและประเมินประสิทธิภาพการกำจัดออกจากร่างกาย เนื่องจากอนุภาคพลาสติกประเภทนี้มีขนาดเล็กมาก
-
การลดระดับอนุภาคพลาสติกในกระแสเลือดไม่ได้หมายถึงการกำจัดออกจากร่างกายได้ทั้งหมด เนื่องจาก Plasmapheresis ทำงานกับสารที่หมุนเวียนอยู่ในเลือดเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สารบางส่วนที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ (tissue) ตามส่วนต่างๆ อาจเคลื่อนกลับเข้าสู่กระแสเลือดได้ภายหลัง และมีโอกาสถูกกำจัดออกเพิ่มเติมในการทำครั้งต่อๆ ไป การทำ Plasmapheresis (DFPP) จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่อาจช่วยลดปริมาณสารไม่พึงประสงค์บางชนิดที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกาย
-
ยังไม่ทราบระยะเวลาที่ชัดเจนของผลลัพธ์ โดยยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่า หลังทำ Plasmapheresis แล้วระดับอนุภาคพลาสติกในเลือดจะลดลงได้นานเพียงใด หรือมีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นในภายหลังหรือไม่ ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องสัมผัสในชีวิตประจำวัน
-
หลังทำ Plasmapheresis อาจเกิดผลข้างเคียงชั่วคราวบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตต่ำ ซึ่งทางคลินิกจะมีการตรวจวัดความดัน (Blood Pressure) และติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ ภาวะน้ำตาลตกเนื่องจากระบบเผาผลาญถูกกระตุ้นในระหว่างที่ทำ แนะนำให้รับประทานอาหารก่อนเข้ารับบริการ และทางคลินิกมีกลูโคสเตรียมไว้ในกรณีจำเป็น มีรอยช้ำหรือบวมบริเวณที่เจาะเลือด และบางรายอาจรู้สึกอ่อนล้าจากการนอนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ซึ่งอาการเหล่านี้มักค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อพักผ่อนอย่างเพียงพอและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์
สรุป
Microplastics และ Nanoplastics (MNPs) เป็นมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทั้งจากอาหาร เครื่องดื่ม การสูดดม และการสัมผัส ปัจจุบันมีงานวิจัยตรวจพบอนุภาคหรือองค์ประกอบของพลาสติกในเลือดและเนื้อเยื่อหลายส่วนของมนุษย์ รวมถึงพบความเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ การทำงานของเซลล์ และสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ทั้งนี้ หลักฐานส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและยังไม่สามารถยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลต่อการเกิดโรคได้อย่างชัดเจน
สำหรับ Plasmapheresis (DFPP) มีข้อมูลเบื้องต้นว่าพบอนุภาคพลาสติกในส่วนที่ถูกแยกออกระหว่างกระบวนการกรองเลือด และมีการศึกษาในมนุษย์ที่พบว่าปริมาณไมโครพลาสติกในกระแสเลือดลดลงหลังทำ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดหลายด้าน และยังไม่สามารถสรุปได้ว่า Plasmapheresis สามารถกำจัดไมโครและนาโนพลาสติกออกจากร่างกายได้ทั้งหมด หรือส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้อย่างไรบ้าง จึงยังจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่และติดตามผลเพิ่มเติม
เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยง การลดการสัมผัสพลาสติกที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพ และควรมอง Plasmapheresis เป็นแนวทางเสริมที่ช่วยลดสารไม่พึงประสงค์บางส่วนในกระแสเลือด มากกว่าจะเป็นวิธีดีท็อกซ์ (Detox) หรือกำจัดพลาสติกออกจากร่างกายโดยตรง ผู้ที่สนใจควรเข้ารับการประเมินสุขภาพกับแพทย์ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ความเสี่ยง และวางแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล
สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาปัญหาสุขภาพหรือวางแผนฟื้นฟูสุขภาพด้วยการทำ DFPP เฉพาะรายบุคคล โดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 91-979-9554 หรือทาง LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ
References
-
Bornstein, S. R., Gruber, T., Katsere, D., El Attaoui, A., Wohlsperger, L., Yaman, M., Kanczkowski, W., Piwernetz, G., Straube, R., Voit-Bak, K., Licinio, J., & Steenblock, C. (2025). Therapeutic apheresis: A promising method to remove microplastics? Brain Medicine, 1(3), 52–53. https://doi.org/10.61373/bm025l.0056
-
Bornstein, S. R., Kanczkowski, W., Walther, R., Kronstein-Wiedemann, R., Fischer, D., Oikonomakos, I., Rodionov, R. N., Tselmin, S., Kok, Y. P., Mavberg, P. A., Petriz, J., Ward, M. D., Castillo-Aleman, Y. M., Schuster, C., Petegorsky, M., Hantel, C., Beuschlein, F., Spinas, G. A., Wuestefeld, T., … Steenblock, C. (2026). Therapeutic apheresis: An effective strategy for a combined targeting of circulating lipoproteins, inflammatory markers, PFAS, and microplastics in cardiometabolic and neurodegenerative disease? Brain Health. Advance online publication. https://doi.org/10.61373/bh026a.0024
-
Leslie, H. A., van Velzen, M. J. M., Brandsma, S. H., Vethaak, A. D., Garcia-Vallejo, J. J., & Lamoree, M. H. (2022). Discovery and quantification of plastic particle pollution in human blood. Environment International, 163, 107199. https://doi.org/10.1016/j.envint.2022.107199
-
Li, Y., Guo, M., Niu, S., Shang, M., Chang, X., Sun, Z., Zhang, R., Shen, X., & Xue, Y. (2023). ROS and DRP1 interactions accelerate the mitochondrial injury induced by polystyrene nanoplastics in human liver HepG2 cells. Chemico-Biological Interactions, 379, 110502. https://doi.org/10.1016/j.cbi.2023.110502
-
Marfella, R., Prattichizzo, F., Sardu, C., Fulgenzi, G., Graciotti, L., Spadoni, T., D’Onofrio, N., Scisciola, L., La Grotta, R., Frigé, C., Pellegrini, V., Municinò, M., Siniscalchi, M., Spinetti, F., Vigliotti, G., Vecchione, C., Carrizzo, A., Accarino, G., Squillante, A., … Paolisso, G. (2024). Microplastics and nanoplastics in atheromas and cardiovascular events. New England Journal of Medicine, 390(10), 900–910. https://doi.org/10.1056/NEJMoa2309822
-
Scholkmann, F., & Gatti, A. M. (2022). Particles in the eluate from double filtration plasmapheresis—A case study using field emission scanning electron microscopy/energy-dispersive X-ray spectroscopy (FE-SEM/EDX). Compounds, 2(4), 367–377. https://doi.org/10.3390/compounds2040030
บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

Double Filtration Plasmapheresis (DFPP)
สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?
ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ



