Blood Detox vs Lymphatic Drainage ต่างกันอย่างไร?ทำร่วมกันได้ไหม

มีคนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและปรับสมดุลร่างกายจากภายใน ผ่านกระบวนการล้างพิษในเลือด (Blood Detox) ด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น EBOO Therapy, Double Filtration Plasmapheresis (DFPP) หรือ Chelation Therapy เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนให้เซลล์และลดภาระของเสียสะสมในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับบริการบางรายอาจยังรู้สึกอ่อนเพลียหรือฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่แม้จะผ่านการทำ Blood Detox มาแล้วก็ตาม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการคั่งค้างของของเหลวส่วนเกินในเนื้อเยื่อ เนื่องจากระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร การนวดเดรนน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) ด้วยเทคนิคที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการทำ Blood Detox จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์แนะนำเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกาย สำหรับใครที่กำลังสนใจหัตถการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน การทำ Blood Detox vs Lymphatic Drainage ต่างกันอย่างไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง สามารถทำทั้งสองอย่างร่วมกันได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ

Table of Contents

ระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร?

ระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองเป็น 2 ระบบสำคัญที่ทำงานร่วมกันเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย โดยระบบไหลเวียนเลือดเปรียบเสมือนระบบขนส่ง ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน สารอาหาร และฮอร์โมนไปยังอวัยวะต่างๆ ผ่านโครงข่ายหลอดเลือด รวมถึงนำของเสียบางส่วนไปยังตับ ไต และปอด เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย

ในขณะเดียวกัน ระบบน้ำเหลืองมีบทบาทในการรวบรวมและระบายของเหลวส่วนเกินที่ซึมออกจากหลอดเลือดฝอย (Capillary) รวมถึงโปรตีนตกค้างและของเสียบางส่วนภายในเนื้อเยื่อ ก่อนลำเลียงกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดอีกครั้ง นอกจากนี้ ระบบน้ำเหลืองยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมันบริเวณลำไส้เล็ก

การทำงานร่วมกันของทั้ง 2 ระบบจึงมีความสำคัญต่อการรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย หากระบบใดระบบหนึ่งทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลและเกิดความผิดปกติบางอย่าง เช่น รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เจ็บป่วยง่าย ฟื้นตัวช้า บวมน้ำ หรือรู้สึกอึดอัดตัว การดูแลให้ทั้งระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองทำงานอย่างเหมาะสม จึงนับเป็นอีกพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีจากภายใน

Blood Detox คืออะไร?ช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างไร

Blood Detox หรือการล้างพิษในเลือด เป็นแนวทางการฟื้นฟูเลือดและระบบไหลเวียนโลหิตทางการแพทย์ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระของเสีย สารพิษ หรือสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ภายในระบบไหลเวียนโลหิต พร้อมช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนและสนับสนุนการทำงานของเซลล์ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในปัจจุบัน แนวทาง Blood Detox ได้รับความสนใจในกลุ่มผู้ที่มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง ผู้ที่ต้องการฟื้นตัวหลังเจ็บป่วย ผู้ที่สัมผัสมลภาวะหรือสารเคมีเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity)

ประโยชน์ของการทำ Blood Detox หรือการล้างพิษในเลือด

  • ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนให้เซลล์ในร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง และช่วยปรับสมดุลจากภายใน
  • ช่วยลดภาระของเสียและสารอนุมูลอิสระในร่างกาย สนับสนุนให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างสมดุล
  • สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม Blood Detox เป็นเพียงแนวทางเสริมเพื่อช่วยฟื้นฟูและปรับสมดุลร่างกาย ไม่ใช่วิธีรักษาโรคโดยตรง และควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์หรือผู้ดูแลที่มีประสบการณ์เท่านั้น

เทคนิคการล้างพิษในเลือด (Blood Detox) ทางการแพทย์ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ปัจจุบันมีเทคนิคด้าน Blood Detox หลายรูปแบบ โดยแต่ละวิธีจะมีหลักการทำงานแตกต่างกันไป เช่น

  • EBOO Therapy คือกระบวนการกรองเลือดผ่านระบบปลอดเชื้อ ก่อนเติมออกซิเจนและโอโซนทางการแพทย์ในระดับที่เหมาะสม แล้วจึงนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ใช้ระยะเวลาประมาณ 45-60 นาที/ครั้ง แนวทางนี้มีจุดเด่นในด้านการช่วยเพิ่มออกซิเจนในระบบไหลเวียนโลหิต สนับสนุนการทำงานของเซลล์ และช่วยลดภาระของเสียหรือสารพิษที่ตกค้างภายในหลอดเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง ฟื้นตัวช้า และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
  • Double Filtration Plasmapheresis หรือ DFPP เป็นกระบวนการกรองพลาสมาแบบ 2 ชั้น โดยจะแยกเม็ดเลือดออกจากพลาสมา ก่อนส่งพลาสมาเหล่านั้นเข้าสู่ตัวกรองเพื่อแยกสารโมเลกุลขนาดใหญ่บางชนิดออกไป เช่น ไขมัน LDL ไตรกลีเซอไรด์ สารก่อการอักเสบ และ immune complex แล้วจึงนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง แนวทางนี้มุ่งเน้นการช่วยลดภาระของสารบางชนิดในกระแสเลือดและสนับสนุนสมดุลของระบบไหลเวียน เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ปัญหาโรคหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่มีภาวะโรคทางระบบประสาทหรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
  • Chelation Therapy เป็นกระบวนการใช้สารจับโลหะหนัก (Chelating Agents) เช่น EDTA ผ่านทางหลอดเลือด เพื่อช่วยจับโลหะหนักบางชนิดที่ตกค้างในระบบไหลเวียนและขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสโลหะหนัก ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รวมถึงผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง ร่างกายฟื้นตัวได้ช้า

กระบวนการเหล่านี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ เนื่องจากการทำ Blood Detox แต่ละรูปแบบมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน อีกทั้งต้องอาศัยการประเมินสุขภาพอย่างละเอียดและมีการวางแผนเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพ ผู้ที่สนใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง และกำหนดรูปแบบการทำ Blood Detox ที่เหมาะสมร่วมกันก่อนเข้ารับบริการ

Lymphatic Drainage คืออะไร?ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Lymphatic Drainage หรือการนวดเดรนน้ำเหลือง คือเทคนิคกระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง เพื่อช่วยให้ของเหลวส่วนเกิน ของเสีย โปรตีนตกค้าง รวมถึงเศษเซลล์ที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อ ถูกระบายและลำเลียงกลับเข้าสู่ระบบกำจัดของเสียของร่างกายได้ดีขึ้น โดยสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบการนวดด้วยมือ (Manual Lymphatic Drainage: MLD) และการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนน้ำเหลืองได้อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ เช่น เครื่องแรงดันลมสลับจังหวะ ระบบแรงดูดสุญญากาศ และการบำบัดด้วยการใช้แสง (Photobiomodulation: PBM)

Lymphatic Drainage ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

  • ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองในร่างกาย ลดภาวะบวม น้ำคั่งในเนื้อเยื่อ
  • ช่วยให้ร่างกายรู้สึกเบาสบายมากขึ้น ลดความตึงของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ จากการใช้ร่างกายหนัก การอยู่กับที่ติดต่อกันนานๆ
  • สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและแข็งแรงมากขึ้น
  • ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความเหนื่อยล้าสะสม
  • สนับสนุนการฟื้นตัวหลังทำหัตถการ หรือการผ่าตัด
  • ช่วยดูแลรูปร่างและลดปัญหาเซลลูไลท์บางส่วน
  • ช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ จากระบบไหลเวียนที่ดีขึ้น

Blood Detox และ Lymphatic Drainage แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้ง Blood Detox และ Lymphatic Drainage จะมีเป้าหมายเพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูการทำงานของระบบไหลเวียนในร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ทั้ง 2 แนวทางมีหลักการทำงานที่แตกต่างกันไป ดังนี้

  • Blood Detox จะเน้นการดูแลระบบไหลเวียนเลือดเป็นหลัก ด้วยการใช้เทคนิคที่เหมาะสมเพื่อทำความสะอาดเลือด เพิ่มระดับออกซิเจนให้กับเซลล์ รวมถึงช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยการล้างพิษในเลือดสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การนำเลือดออกจากร่างกายผ่านตัวกรองเพื่อทำความสะอาด ร่วมกับการเติมออกซิเจนและโอโซนความเข้มข้นต่ำจากนั้นจึงนำเลือดกลับสู่ร่างกายอย่างช้าๆ การกรองทำความสะอาดเลือดและพลาสมา และการให้สารน้ำ EDTA ทางเส้นเลือด
  • ในขณะที่ Lymphatic Drainage จะเน้นการดูแลระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) เป็นหลัก ซึ่งเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการระบายของเหลวส่วนเกิน ของเสีย และการลำเลียงเซลล์ภูมิคุ้มกันภายในเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ลดอาการตัวบวมจากภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ความรู้สึกหนักตัว ไม่สบายตัว อาการอ่อนเพลีย และไม่สดชื่น ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการนวดด้วยมือ (MLD) หรือใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เหมาะสม เพื่อนวดไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใบหน้า ลำคอ ไหล่และหลัง รักแร้ แขน หน้าท้องและสะโพก ต้นขา น่อง และฝ่าเท้า

ทำไมบางคนทำ Blood Detox แล้ว แต่ยังรู้สึกฟื้นตัวไม่เต็มที่

แม้การทำ Blood Detox จะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต เพิ่มระดับออกซิเจนให้เซลล์ และลดภาระของเสียบางส่วนในร่างกาย แต่ในบางรายอาจยังคงรู้สึกเหนื่อยล้า หนักตัว ขาดความสดชื่นหรือฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่หลังจากทำหัตถการ นั่นอาจเป็นเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบน้ำเหลืองซึ่งทำงานร่วมกับระบบไหลเวียนเลือดยังไม่ได้รับการดูแล

เมื่อระบบน้ำเหลืองทำงานได้ไม่ดีจึงส่งผลให้มีของเหลวส่วนเกิน เช่น ของเสียต่างๆ โปรตีนตกค้าง แบคทีเรีย และเศษเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายยังมีความเหนื่อยล้า รู้สึกอึดอัด หนักตัว และไม่สดชื่นอย่างที่คาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงอาจแนะนำให้ทำ Blood Detox ร่วมกับ Lymphatic Drainage เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองไปพร้อมกัน และสร้างผลลัพธ์การฟื้นฟูร่างกายได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือ Therapist ที่มีความชำนาญ ซึ่งจะมีการประเมินภาวะสุขภาพและวางแผนการฟื้นฟูที่เหมาะสมเฉพาะรายบุคคล

สามารถทำ Blood Detox และ Lymphatic Drainage ร่วมกันได้หรือไม่?ควรเว้นระยะห่างกันกี่วัน

โดยทั่วไป Blood Detox และ Lymphatic Drainage สามารถทำร่วมกันได้ หากได้รับการประเมินสุขภาพอย่างเหมาะสมและวางแผนเฉพาะรายบุคคล โดยแพทย์หรือผู้ดูแลอาจแนะนำให้ทำ Lymphatic Drainage หลังทำ Blood Detox ประมาณ 1-3 วัน เพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระมากเกินไป ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพื้นฐานสุขภาพ การตอบสนองของร่างกาย และเป้าหมายในการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล

ข้อดี-ข้อควรระวัง ในการทำ Blood Detox และ Lymphatic Drainage ร่วมกัน

ข้อดี

  • ช่วยสนับสนุนทั้งระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองไปพร้อมกัน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย
  • ช่วยลดภาวะบวม ความรู้สึกอึดอัด หนักตัว ที่เกิดจากการมีของเหลวส่วนเกินในเนื้อเยื่อ
  • สนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกายจากการใช้ร่างกายหนัก การเดินทางไกล ความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กะเปร่า
  • ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยให้แข็งแรง ลดโอกาสการเจ็บป่วย และส่งผลดีต่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ข้อควรระวัง

  • ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผู้ดูแลที่มีประสบการณ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ โรคไต ภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดก่อนเข้ารับบริการ
  • การทำ Blood Detox ร่วมกับ Lymphatic Drainage เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบไหลเวียนในร่างกาย ไม่ใช่วิธีรักษาโรค และไม่สามารถใช้ทดแทนแนวทางการรักษาทางการแพทย์ได้
  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
  • หลังทำอาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ปัสสาวะบ่อย หรือรู้สึกระบมได้ชั่วคราว ซึ่งมักดีขึ้นได้เองภายใน 1-3 วัน และควรพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติรุนแรง

เสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายจากภายในด้วย EBOO Therapy และ LINNA Lymphatic Drainage Therapy ที่ LINNA Clinic

LINNA Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เราพร้อมฟื้นฟูร่างกายของผู้รับบริการจากภายในด้วยหัตถการที่ครบครัน ทั้งการทำความสะอาดเลือดด้วยเทคนิค EBOO Therapy เสริมด้วยการทำ LINNA Lymphatic Drainage Therapy by Advanced Robotic Technique อย่างเหมาะสม ภายใต้การดูแลของผู้ชำนาญการที่มีประสบการณ์เฉพาะด้าน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีความปลอดภัย

  • EBOO Therapy ช่วยฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มระดับออกซิเจนให้เซลล์ ช่วยลดภาระของเสีย สารพิษ และสารอนุมูลอิสระในร่างกาย พร้อมสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดภาวะอักเสบ และช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ฟื้นตัวได้ดีขึ้น ด้วยเทคโนโลยี Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonation (EBOO PLUS Technique) นำเลือดออกจากร่างกายผ่านระบบไส้กรองปลอดเชื้อร่วมกับการเติมออกซิเจนและโอโซนทางการแพทย์ความเข้มข้นต่ำอย่างต่อเนื่อง (ประมาณ 0.1-0.5 ไมโครกรัม/cc) จากนั้นจึงเติมเลือดกลับเข้าสู่ระบบผ่านทางเส้นเลือดดำ พร้อมมีระบบ Real-time monitoring ช่วยติดตามสภาวะของเม็ดเลือดแดงระหว่างทำได้แบบเรียลไทม์
  • LINNA Lymphatic Drainage Therapy by Advanced Robotic Technique เทคโนโลยีนวดเดรนน้ำเหลืองจากประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบน้ำเหลืองและการไหลเวียนของของเหลวภายในเนื้อเยื่อ มีส่วนช่วยลดภาวะบวมคั่ง ความรู้สึกหนักตัว และช่วยให้ร่างกายรู้สึกเบาสบาย ฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังทำ Blood Detox ผสานการทำงานของ Roboderm® Technology ระบบ Multi Micro Alveolar Stimulation (M.M.A.S.) ร่วมกับ LASER 915 nm และ LED 650 nm พร้อมโปรแกรมอัจฉริยะกว่า 40 รายการ และหัวอุปกรณ์ (Hand Pieces) 11 ชิ้น เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองอย่างอ่อนโยน ครอบคลุมหลายตำแหน่งทั่วทั้งร่างกาย รวมถึงช่วยดูแลผิวพรรณและสนับสนุนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อไปพร้อมกัน

หากคุณกำลังมองหาแนวทางดูแลสุขภาพจากภายใน เพื่อช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าสะสม ฟื้นฟูสมดุลร่างกายด้วยการทำ Blood Detox ภายใต้การดูแลของผู้ชำนาญการ หรือเคยผ่านการล้างพิษในเลือดมาแล้วแต่ยังรู้สึกอ่อนเพลีย ตัวบวม หรือไม่สดชื่นเท่าที่ควร สามารถเข้ารับการประเมินสุขภาพกับทีมงาน LINNA Clinic เพื่อวางแผนการดูแลด้วย EBOO Therapy ร่วมกับ LINNA Lymphatic Drainage Therapy by Advanced Robotic Technique แบบเฉพาะรายบุคคล เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองอย่างสมดุล ติดต่อ LINNA Clinic ได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือ LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ

EBOO therapy blood oxygenation treatment at LINNA Clinic Bangkok

Related Articles

Shopping Cart
Scroll to Top