Ellansé (อีลองเซ่) คืออะไร? สารเติมเต็มผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ดีจริงไหม? เหมาะกับใครบ้าง?

ในยุคที่การดูแลผิวไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูจางลงแบบชั่วคราว แต่เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้จากภายใน  Ellansé (อีลองเซ่)” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมช่วยฟื้นฟูผิวมาแรงประจำปี 2026 ด้วยการผสานสองคุณสมบัติเข้าไว้ในหนึ่งเดียว ทั้งการเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มปริมาตรผิวได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 4 ปี ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวยืดหยุ่น ดูสุขภาพดี ใบหน้าได้รูปสวยอย่างเป็นธรรมชาติ Ellansé คืออะไร? ดีจริงไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จาก LINNA Clinic จะพาคุณไปทำความรู้จักอย่างละเอียด

Table of Contents

Ellansé คืออะไร?

Ellansé (อ่านว่า อีลองเซ่) คือสารเติมเต็มผิว (Dermal Filler) ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มปริมาตรให้ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวในระยะยาว เปิดตัวสู่ตลาดความงามระดับโลกครั้งแรกในปี 2009 โดยบริษัท Sinclair Pharma จากสหราชอาณาจักร และได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง CE Mark, KFDA รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย

Ellansé ประกอบด้วยสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ 70% Carboxymethyl Cellulose (CMC) ซึ่งเป็นเจลชนิดน้ำซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวพา (Gel Carrier) ที่ช่วยพาอนุภาค PCL Microspheres ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในชั้นผิว พร้อมช่วยเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มได้ทันทีหลังฉีด และ 30% Polycaprolactone (PCL) Microspheres สารชีวภาพสังเคราะห์ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง แพทย์จึงนิยมใช้เพื่อปรับรูปหน้าและฟื้นฟูสภาพผิว ให้ผิวดูแน่นกระชับ ยืดหยุ่น และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 3-6 เดือน และคงอยู่ได้นาน 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รุ่นของผลิตภัณฑ์ และการดูแลตัวเองของแต่ละคน

หลักการทำงานของ Ellansé

Ellansé ทำงานผ่านสองกลไกหลักที่เสริมกัน (Dual-Action) คือการเติมเต็มทันทีหลังฉีด และการฟื้นฟูผิวในระยะยาว

  • การเติมเต็มทันที หลังฉีด Ellansé เข้าสู่ชั้นผิว สารเจล Carboxymethylcellulose (CMC) จะทำหน้าที่ยกพยุงโครงสร้างและเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวได้ทันที ช่วยให้ใบหน้าดูมีวอลลุ่มและมีมิติมากขึ้น ริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ เช่น หน้าผาก คิ้ว ขมับ ร่องแก้ม ร่องมุมปาก กราม และคาง ดูตื้นขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนที่จะค่อยๆ สลายตัวไปในช่วง 2-3 เดือน
  • การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Polycaprolactone (PCL) Microspheres เป็นอนุภาคทรงกลมขนาดเล็ก (25-50 ไมโครเมตร) ผิวเรียบ และมีความคงตัวสูงที่กระจายตัวอยู่ในเจล CMC จะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1, 3 และอีลาสตินอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวกระชับ รูขุมขนดูเล็กลง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

แม้ว่าสาร CMC และ PCL Microspheres จะค่อยๆ สลายตัวไปจนหมดตามระยะเวลา แต่โครงสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวที่ถูกสร้างขึ้นจะยังคงอยู่ โดยสามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและการดูแลตัวเองในแต่ละบุคคล

Ellansé แตกต่างกับฟิลเลอร์ (Filler) อย่างไร

สารเติมเต็มผิวทั่วไป เช่น Hyaluronic Acid (HA Filler) จะเน้นการเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวเป็นหลัก ด้วยการอาศัยคุณสมบัติในการอุ้มน้ำไว้กับตัวของ HA ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว แต่เมื่อสารสำคัญสลายไป (ในระยะเวลาประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้) ผลลัพธ์ก็จะลดลงตามไปด้วยและต้องกลับมาเติมซ้ำเป็นระยะ ในขณะที่ Ellansé มีความแตกต่างออกไป ดังนี้

  • ส่วนประกอบหลักที่ใช้ซึ่งไม่ใช่กรดไฮยาลูรอนิก (HA) เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ใช้เจล CMC และ PCL Microspheres ซึ่งเป็นโพลิเมอร์อนุภาคเล็กที่เข้ากันดีกับร่างกาย สามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ และมีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
  • ด้านกลไกการทำงาน Ellansé มีคุณสมบัติเป็น Collagen Biostimulator จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มผิวแบบชั่วคราว แต่เป็นการเพิ่มคอลลาเจนใหม่ๆ ที่ใต้ชั้นผิวได้พร้อมกันในหนึ่งเดียว
  • ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป หลังจากที่สารประกอบหลักสลายตัวไปตามเวลา แต่โครงสร้างคอลลาเจนที่ผลิตขึ้นมาใหม่ยังคงอยู่ ช่วยให้ผิวดูยืดหยุ่น อ่อนเยาว์ได้นาน 1-4 ปี

Ellansé ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์
  • เพิ่มวอลลุ่มให้ผิวในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ขมับ หน้าแก้ม และร่องแก้ม
  • ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เผยผิวหน้าอิ่มฟู และกรอบหน้าดูคมชัดมากขึ้น
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีความอิ่มฟูและยืดหยุ่นมากขึ้น รูขุมขนเล็กลง
  • ปรับรูปหน้าให้มีสมดุลสวยงาม โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เกิดรอยแผลเป็น

Ellansé มีกี่รุ่น อยู่ได้นานแค่ไหน

Ellansé ถูกออกแบบมาทั้งหมด 4 รุ่นย่อย เพื่อให้เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันที่ระยะเวลาการสลายตัวของ PCL Microspheres ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาของการกระตุ้นคอลลาเจน ได้แก่

  • Ellansé S อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
  • Ellansé M อยู่ได้ประมาณ 2 ปี
  • Ellansé L อยู่ได้ประมาณ 3 ปี
  • Ellansé E อยู่ได้ประมาณ 4 ปี

ทั้งนี้ ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุและสภาพผิวของผู้รับบริการ ปริมาณตัวยาที่ใช้และเทคนิคการฉีดของแพทย์ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

Ellansé เหมาะกับใครบ้าง และใครควรหลีกเลี่ยง

ผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีด Ellansé

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยและร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ต้องการยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด และสร้างผลลัพธ์ที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่มีใบหน้าขาดวอลลุ่ม เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ ร่องแก้มลึก และร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว ไม่ต้องฉีดบ่อยเหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์บางชนิด
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในควบคู่กับการปรับรูปหน้าได้ในครั้งเดียวกัน
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สาร HA ในฟิลเลอร์ และมองหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อช่วยเติมเต็มผิว

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง หรือควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนฉีด Ellansé

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อ ผิวอักเสบ หรือมีแผลบริเวณที่ต้องการฉีด ควรรอให้หายเป็นปกติก่อน
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบางชนิด
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เลือดหยุดไหลยาก
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สารในผลิตภัณฑ์

Ellansé ฉีดบริเวณไหน ใช้กี่ cc

Ellansé เป็นสารเติมเต็มผิวที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย ตั้งแต่การเพิ่มปริมาตรให้ชั้นผิว ลดเลือนริ้วรอย ปรับโครงสร้างใบหน้าและช่วยเพิ่มคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง บริเวณที่นิยมฉีด ได้แก่

  • หน้าผากและระหว่างคิ้ว ลดริ้วรอยหน้าผาก แก้ปัญหาคิ้วตก คืนความสดใส หน้าดูอ่อนเยาว์
  • ขมับและแก้ม เพื่อเพิ่มวอลลุ่ม ลดปัญหาแก้มตอบ ขมับตอบ ช่วยให้ใบหน้าได้มิติสวยงาม
  • ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก เพื่อเติมเต็มร่องลึกให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใส
  • กรอบหน้า (Jawline) เพื่อช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้ดูคมชัด
  • คาง เพื่อเสริมความสมดุลของใบหน้าและปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
  • หลังมือ ลดความชัดของรอยเส้นเลือดและเส้นเอ็น ทำให้หลังมือดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์

สำหรับปริมาณของ Ellansé ที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจาก 2-3 cc ต่อตำแหน่ง และอาจปรับเพิ่มปริมาณตามเหมาะสมในเคสที่มีปัญหาผิวยุบตัวหรือหย่อนคล้อยมาก

Ellansé อันตรายไหม? และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

Ellansé เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย หากใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากสารสำคัญอย่าง PCL Microspheres มีความเข้ากันได้กับร่างกาย และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นสารที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม หลังฉีด Ellansé อาจทำให้มีอาการบวม แดง หรือเกิดรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ในบางรายอาจมีก้อนแข็งขนาดเล็กใต้ผิว (แต่พบได้น้อยมาก หากฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์) ซึ่งอาการส่วนใหญ่มักเป็นแบบชั่วคราว และสามารถหายเป็นปกติได้เองภายใน 1-3 วันหลังฉีด

Ellansé ต่างจาก Juvelook Sculptra และ Radiesse อย่างไร

Ellansé, Juvelook, Sculptra และ Radiesse ล้วนอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวในระยะยาวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวมีความแตกต่างกันในด้านองค์ประกอบหลัก กลไกการออกฤทธิ์ ลักษณะของผลลัพธ์ และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ดังนี้

  • Ellansé มีส่วนประกอบหลักเป็น Polycaprolactone (PCL) Microspheres ผสมอยู่ในเจล Carboxymethylcellulose (CMC) มีจุดเด่นในด้านการให้ผลลัพธ์แบบ 2 ระยะ คือสามารถเติมเต็มร่องลึกได้ทันทีจากตัวเจล และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง อยู่ได้นาน 1-4 ปี (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เติมเต็มขมับ ร่องแก้ม แก้มตอบ หรือเพิ่มมิติใบหน้า พร้อมฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับในคราวเดียว หลังฉีดอยู่ได้นาน ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย
  • Juvelook มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly D,L-lactic acid (PDLLA) ผสมกับ Hyaluronic Acid (HA) โดย HA ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูฟูขึ้นหลังทำ ขณะที่ PDLLA จะค่อยๆ กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว จุดเด่นจึงอยู่ที่งานฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เช่น หลุมสิว รูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน และริ้วรอยแบบตื้น มากกว่าการเติมวอลลุ่มหรือปรับโครงสร้างใบหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
  • Sculptra มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-lactic acid (PLLA) เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มเห็นผลภายใน 1-3 เดือน หลังจากที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนใหม่ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบ ผิวหย่อนคล้อย หรือใบหน้าดูโทรมลงเนื่องจากคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย ซึ่งต้องการแก้ไขปัญหาผิวจากสาเหตุ ไม่ใช่แค่การเติมเต็มเพียงชั่วคราว และคงผลลัพธ์ได้นานถึง 2 ปี ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ
  • Radiesse มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) Microspheres ผสมอยู่ในเจล Sodium Carboxymethylcellulose มีคุณสมบัติทั้งช่วยเติมเต็มทันทีและกระตุ้นคอลลาเจนชนิดที่ 1, 3 และอีลาสตินอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นคือช่วยยกกระชับ (Lifting) เพิ่มความคมชัดของกรอบหน้า คาง แนวกราม หรือบริเวณที่ต้องการโครงสร้างชัดเจน รวมถึงใช้เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวในบางตำแหน่ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งวอลลุ่มและความกระชับ หลังทำอยู่ได้นาน 12-18 เดือน

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจร่วมกับผู้รับบริการ

การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังฉีด Ellansé

การเตรียมตัวก่อนฉีด Ellansé

  • งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดรอยช้ำหรืออาการบวมหลังฉีด
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว งดสครับผิว แว็กซ์ขน และเลเซอร์ผิว อย่างน้อย 3-7 วัน 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างกาย
  • แจ้งประวัติสุขภาพและการแพ้ยาให้แพทย์ทราบโดยละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนทำหัตถการ

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Ellansé

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีด ในช่วง 1-2 วันแรก
  • งดออกกำลังกายหนัก งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมากๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ การแช่น้ำร้อน รวมถึงหัตถการที่ต้องใช้ความร้อนกับผิว อย่างน้อย 2 สัปดาห์แรก และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำทุกวัน
  • งดแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1-2 วัน
  • ดื่มน้ำได้อย่างน้อย 1-2 ลิตร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีรอยแดง บวม รู้สึกปวดมากเป็นพิเศษ ผิวเปลี่ยนสี มีไข้หรือหนาวสั่น ให้รีบพบแพทย์ทันที
  •  

สรุป

Ellansé เป็นสารเติมเต็มผิวที่ผสานการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ยกกระชับผิว และฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน สามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1-4 ปี ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ การฉีด Ellansé ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และต้องมีการประเมินใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก และฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Ellansé ที่ LINNA Clinic พร้อมให้บริการภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีการประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือทาง LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

EBOO Therapy ล้างสารพิษในเลือด คู่กับ Lymphatic Drainage ช่วยดีท็อกซ์และฟื้นฟูร่างกายแบบครบวงจรได้อย่างไร? เหมาะกับใครบ้าง?

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ทำ EBOO Therapy มาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ มีอาการเหนื่อยล้าและไม่สดชื่นได้อย่างที่คาดหวัง นั่นเป็นเพราะปัญหาสุขภาพบางอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณว่าระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ภายในร่างกายกำลังทำงานได้ไม่สมดุลและควรได้รับการดูแล แพทย์จึงอาจแนะนำให้ทำ EBOO Therapy ควบคู่กับ Lymphatic Drainage เพื่อช่วยฟื้นฟูทั้งระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองไปพร้อมกันอย่างเหมาะสม ช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายและส่งเสริมการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) สำหรับใครที่กำลังสนใจกระบวนการฟื้นฟูเหล่านี้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าการทำ EBOO Therapy ควบคู่กับ

EBOO therapy blood oxygenation treatment at LINNA Clinic Bangkok

EBOO PLUS Therapy ตัวช่วยที่ดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังจากภายใน และโรค NCDs

มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น นอนหลับไม่สนิท รู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ มีผื่นคัน ภูมิแพ้ หรือเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ และคิดว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ความจริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของภาวะอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว LINNA Clinic ชวนทำความเข้าใจ ภาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร? กลุ่มโรค NCDs คืออะไร มีโรคไหนบ้าง? พร้อมนวัตกรรมการฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย

Exosome Therapy ทางเลือกใหม่เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกายจากภายใน ช่วยดูแลภาวะแพ้ภูมิตัวเองได้อย่างไร? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ภาวะแพ้ภูมิตัวเอง หรือ Autoimmune Disease คือ กลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องร่างกายด้วยการทำลายเชื้อโรค ไวรัส และสิ่งแปลกปลอม แต่กลับทำงานผิดพลาดและหันมาโจมตีเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะของตนเอง ส่งผลให้เซลล์ได้รับความเสียหาย เกิดการอักเสบเรื้อรังและความผิดปกติของระบบต่างๆ ในร่างกาย แม้ปัจจุบันจะมีแนวทางช่วยควบคุมความรุนแรงของโรคด้วยการใช้ยาแต่ก็อาจมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงในระยะยาวอยู่บ้าง จึงได้มีการพัฒนาแนวทางที่สามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพในเชิงลึกมากขึ้น หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Exosome Therapy ซึ่งกำลังถูกศึกษาอย่างต่อเนื่องในด้านการช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน ลดภาวะอักเสบเรื้อรังและสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของร่างกาย Exosome

Shopping Cart
Scroll to Top