Ellansé (อีลองเซ่) คืออะไร? สารเติมเต็มผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ดีจริงไหม? เหมาะกับใครบ้าง?

ในยุคที่การดูแลผิวไม่ได้หยุดอยู่แค่การเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูจางลงแบบชั่วคราว แต่เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้จากภายใน  Ellansé (อีลองเซ่)” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมช่วยฟื้นฟูผิวมาแรงประจำปี 2026 ด้วยการผสานสองคุณสมบัติเข้าไว้ในหนึ่งเดียว ทั้งการเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มปริมาตรผิวได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 4 ปี ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวยืดหยุ่น ดูสุขภาพดี ใบหน้าได้รูปสวยอย่างเป็นธรรมชาติ Ellansé คืออะไร? ดีจริงไหม? ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จาก LINNA Clinic จะพาคุณไปทำความรู้จักอย่างละเอียด

Table of Contents

Ellansé คืออะไร?

Ellansé (อ่านว่า อีลองเซ่) คือสารเติมเต็มผิว (Dermal Filler) ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มปริมาตรให้ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวในระยะยาว เปิดตัวสู่ตลาดความงามระดับโลกครั้งแรกในปี 2009 โดยบริษัท Sinclair Pharma จากสหราชอาณาจักร และได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง CE Mark, KFDA รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย

Ellansé ประกอบด้วยสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ 70% Carboxymethyl Cellulose (CMC) ซึ่งเป็นเจลชนิดน้ำซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวพา (Gel Carrier) ที่ช่วยพาอนุภาค PCL Microspheres ให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในชั้นผิว พร้อมช่วยเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มได้ทันทีหลังฉีด และ 30% Polycaprolactone (PCL) Microspheres สารชีวภาพสังเคราะห์ที่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง แพทย์จึงนิยมใช้เพื่อปรับรูปหน้าและฟื้นฟูสภาพผิว ให้ผิวดูแน่นกระชับ ยืดหยุ่น และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 3-6 เดือน และคงอยู่ได้นาน 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิว รุ่นของผลิตภัณฑ์ และการดูแลตัวเองของแต่ละคน

หลักการทำงานของ Ellansé

Ellansé ทำงานผ่านสองกลไกหลักที่เสริมกัน (Dual-Action) คือการเติมเต็มทันทีหลังฉีด และการฟื้นฟูผิวในระยะยาว

  • การเติมเต็มทันที หลังฉีด Ellansé เข้าสู่ชั้นผิว สารเจล Carboxymethylcellulose (CMC) จะทำหน้าที่ยกพยุงโครงสร้างและเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวได้ทันที ช่วยให้ใบหน้าดูมีวอลลุ่มและมีมิติมากขึ้น ริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆ เช่น หน้าผาก คิ้ว ขมับ ร่องแก้ม ร่องมุมปาก กราม และคาง ดูตื้นขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนที่จะค่อยๆ สลายตัวไปในช่วง 2-3 เดือน
  • การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Polycaprolactone (PCL) Microspheres เป็นอนุภาคทรงกลมขนาดเล็ก (25-50 ไมโครเมตร) ผิวเรียบ และมีความคงตัวสูงที่กระจายตัวอยู่ในเจล CMC จะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1, 3 และอีลาสตินอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวกระชับ รูขุมขนดูเล็กลง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

แม้ว่าสาร CMC และ PCL Microspheres จะค่อยๆ สลายตัวไปจนหมดตามระยะเวลา แต่โครงสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวที่ถูกสร้างขึ้นจะยังคงอยู่ โดยสามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและการดูแลตัวเองในแต่ละบุคคล

Ellansé แตกต่างกับฟิลเลอร์ (Filler) อย่างไร

สารเติมเต็มผิวทั่วไป เช่น Hyaluronic Acid (HA Filler) จะเน้นการเติมเต็มร่องลึกและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวเป็นหลัก ด้วยการอาศัยคุณสมบัติในการอุ้มน้ำไว้กับตัวของ HA ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว แต่เมื่อสารสำคัญสลายไป (ในระยะเวลาประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้) ผลลัพธ์ก็จะลดลงตามไปด้วยและต้องกลับมาเติมซ้ำเป็นระยะ ในขณะที่ Ellansé มีความแตกต่างออกไป ดังนี้

  • ส่วนประกอบหลักที่ใช้ซึ่งไม่ใช่กรดไฮยาลูรอนิก (HA) เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ใช้เจล CMC และ PCL Microspheres ซึ่งเป็นโพลิเมอร์อนุภาคเล็กที่เข้ากันดีกับร่างกาย สามารถสลายตัวได้ตามธรรมชาติ และมีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
  • ด้านกลไกการทำงาน Ellansé มีคุณสมบัติเป็น Collagen Biostimulator จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มผิวแบบชั่วคราว แต่เป็นการเพิ่มคอลลาเจนใหม่ๆ ที่ใต้ชั้นผิวได้พร้อมกันในหนึ่งเดียว
  • ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องยาวนานมากกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป หลังจากที่สารประกอบหลักสลายตัวไปตามเวลา แต่โครงสร้างคอลลาเจนที่ผลิตขึ้นมาใหม่ยังคงอยู่ ช่วยให้ผิวดูยืดหยุ่น อ่อนเยาว์ได้นาน 1-4 ปี

Ellansé ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

  • เติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์
  • เพิ่มวอลลุ่มให้ผิวในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ขมับ หน้าแก้ม และร่องแก้ม
  • ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย เผยผิวหน้าอิ่มฟู และกรอบหน้าดูคมชัดมากขึ้น
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีความอิ่มฟูและยืดหยุ่นมากขึ้น รูขุมขนเล็กลง
  • ปรับรูปหน้าให้มีสมดุลสวยงาม โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เกิดรอยแผลเป็น

Ellansé มีกี่รุ่น อยู่ได้นานแค่ไหน

Ellansé ถูกออกแบบมาทั้งหมด 4 รุ่นย่อย เพื่อให้เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันที่ระยะเวลาการสลายตัวของ PCL Microspheres ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาของการกระตุ้นคอลลาเจน ได้แก่

  • Ellansé S อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
  • Ellansé M อยู่ได้ประมาณ 2 ปี
  • Ellansé L อยู่ได้ประมาณ 3 ปี
  • Ellansé E อยู่ได้ประมาณ 4 ปี

ทั้งนี้ ระยะเวลาของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุและสภาพผิวของผู้รับบริการ ปริมาณตัวยาที่ใช้และเทคนิคการฉีดของแพทย์ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

Ellansé เหมาะกับใครบ้าง และใครควรหลีกเลี่ยง

ผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีด Ellansé

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยและร่องลึกตามจุดต่างๆ บนใบหน้า
  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ต้องการยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด และสร้างผลลัพธ์ที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่มีใบหน้าขาดวอลลุ่ม เช่น แก้มตอบ ขมับตอบ ร่องแก้มลึก และร่องน้ำหมาก
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว ไม่ต้องฉีดบ่อยเหมือนกับการฉีดฟิลเลอร์บางชนิด
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในควบคู่กับการปรับรูปหน้าได้ในครั้งเดียวกัน
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สาร HA ในฟิลเลอร์ และมองหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อช่วยเติมเต็มผิว

ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยง หรือควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนฉีด Ellansé

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อ ผิวอักเสบ หรือมีแผลบริเวณที่ต้องการฉีด ควรรอให้หายเป็นปกติก่อน
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบางชนิด
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เลือดหยุดไหลยาก
  • ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้สารในผลิตภัณฑ์

Ellansé ฉีดบริเวณไหน ใช้กี่ cc

Ellansé เป็นสารเติมเต็มผิวที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้หลากหลาย ตั้งแต่การเพิ่มปริมาตรให้ชั้นผิว ลดเลือนริ้วรอย ปรับโครงสร้างใบหน้าและช่วยเพิ่มคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง บริเวณที่นิยมฉีด ได้แก่

  • หน้าผากและระหว่างคิ้ว ลดริ้วรอยหน้าผาก แก้ปัญหาคิ้วตก คืนความสดใส หน้าดูอ่อนเยาว์
  • ขมับและแก้ม เพื่อเพิ่มวอลลุ่ม ลดปัญหาแก้มตอบ ขมับตอบ ช่วยให้ใบหน้าได้มิติสวยงาม
  • ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก เพื่อเติมเต็มร่องลึกให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใส
  • กรอบหน้า (Jawline) เพื่อช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้ดูคมชัด
  • คาง เพื่อเสริมความสมดุลของใบหน้าและปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
  • หลังมือ ลดความชัดของรอยเส้นเลือดและเส้นเอ็น ทำให้หลังมือดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์

สำหรับปริมาณของ Ellansé ที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจาก 2-3 cc ต่อตำแหน่ง และอาจปรับเพิ่มปริมาณตามเหมาะสมในเคสที่มีปัญหาผิวยุบตัวหรือหย่อนคล้อยมาก

Ellansé อันตรายไหม? และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

Ellansé เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย หากใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากสารสำคัญอย่าง PCL Microspheres มีความเข้ากันได้กับร่างกาย และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นสารที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มาเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม หลังฉีด Ellansé อาจทำให้มีอาการบวม แดง หรือเกิดรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ในบางรายอาจมีก้อนแข็งขนาดเล็กใต้ผิว (แต่พบได้น้อยมาก หากฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์) ซึ่งอาการส่วนใหญ่มักเป็นแบบชั่วคราว และสามารถหายเป็นปกติได้เองภายใน 1-3 วันหลังฉีด

Ellansé ต่างจาก Juvelook Sculptra และ Radiesse อย่างไร

Ellansé, Juvelook, Sculptra และ Radiesse ล้วนอยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวในระยะยาวเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์แต่ละตัวมีความแตกต่างกันในด้านองค์ประกอบหลัก กลไกการออกฤทธิ์ ลักษณะของผลลัพธ์ และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ดังนี้

  • Ellansé มีส่วนประกอบหลักเป็น Polycaprolactone (PCL) Microspheres ผสมอยู่ในเจล Carboxymethylcellulose (CMC) มีจุดเด่นในด้านการให้ผลลัพธ์แบบ 2 ระยะ คือสามารถเติมเต็มร่องลึกได้ทันทีจากตัวเจล และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง อยู่ได้นาน 1-4 ปี (ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เติมเต็มขมับ ร่องแก้ม แก้มตอบ หรือเพิ่มมิติใบหน้า พร้อมฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับในคราวเดียว หลังฉีดอยู่ได้นาน ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย
  • Juvelook มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly D,L-lactic acid (PDLLA) ผสมกับ Hyaluronic Acid (HA) โดย HA ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูฟูขึ้นหลังทำ ขณะที่ PDLLA จะค่อยๆ กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว จุดเด่นจึงอยู่ที่งานฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เช่น หลุมสิว รูขุมขน ผิวไม่เรียบเนียน และริ้วรอยแบบตื้น มากกว่าการเติมวอลลุ่มหรือปรับโครงสร้างใบหน้า ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน
  • Sculptra มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-lactic acid (PLLA) เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจะเริ่มเห็นผลภายใน 1-3 เดือน หลังจากที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนใหม่ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบ ผิวหย่อนคล้อย หรือใบหน้าดูโทรมลงเนื่องจากคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย ซึ่งต้องการแก้ไขปัญหาผิวจากสาเหตุ ไม่ใช่แค่การเติมเต็มเพียงชั่วคราว และคงผลลัพธ์ได้นานถึง 2 ปี ไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ
  • Radiesse มีส่วนประกอบหลักเป็น Calcium Hydroxylapatite (CaHA) Microspheres ผสมอยู่ในเจล Sodium Carboxymethylcellulose มีคุณสมบัติทั้งช่วยเติมเต็มทันทีและกระตุ้นคอลลาเจนชนิดที่ 1, 3 และอีลาสตินอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นคือช่วยยกกระชับ (Lifting) เพิ่มความคมชัดของกรอบหน้า คาง แนวกราม หรือบริเวณที่ต้องการโครงสร้างชัดเจน รวมถึงใช้เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวในบางตำแหน่ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งวอลลุ่มและความกระชับ หลังทำอยู่ได้นาน 12-18 เดือน

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจร่วมกับผู้รับบริการ

การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังฉีด Ellansé

การเตรียมตัวก่อนฉีด Ellansé

  • งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่และงดแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมง เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดรอยช้ำหรืออาการบวมหลังฉีด
  • งดใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว งดสครับผิว แว็กซ์ขน และเลเซอร์ผิว อย่างน้อย 3-7 วัน 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ร่างกาย
  • แจ้งประวัติสุขภาพและการแพ้ยาให้แพทย์ทราบโดยละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนทำหัตถการ

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Ellansé

  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีด ในช่วง 1-2 วันแรก
  • งดออกกำลังกายหนัก งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมากๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ การแช่น้ำร้อน รวมถึงหัตถการที่ต้องใช้ความร้อนกับผิว อย่างน้อย 2 สัปดาห์แรก และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำทุกวัน
  • งดแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1-2 วัน
  • ดื่มน้ำได้อย่างน้อย 1-2 ลิตร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีรอยแดง บวม รู้สึกปวดมากเป็นพิเศษ ผิวเปลี่ยนสี มีไข้หรือหนาวสั่น ให้รีบพบแพทย์ทันที
  •  

สรุป

Ellansé เป็นสารเติมเต็มผิวที่ผสานการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ยกกระชับผิว และฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน สามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 1-4 ปี ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ การฉีด Ellansé ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และต้องมีการประเมินใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก และฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมสารกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง Ellansé ที่ LINNA Clinic พร้อมให้บริการภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีการประเมินโครงสร้างใบหน้าและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด สามารถติดต่อเข้ามาเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือทาง LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Lymphatic Drainage กุญแจสำคัญของอายุยืน (Longevity) และภูมิคุ้มกันที่ดี   

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสเกี่ยวกับ “Longevity” หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพกลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่สนใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ไม่รอให้เกิดอาการเจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยรักษา แต่เลือกที่จะดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หนึ่งในระบบสำคัญของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย มีหน้าที่หลักในการกรองของเสีย สารแปลกปลอม และช่วยรักษาสมดุลของเหลวให้เป็นปกติ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและการฟื้นตัวของร่างกาย ปัจจุบันมีแนวทางดูแลและกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลืองที่ได้รับความสนใจมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Lymphatic Drainage หรือการนวดเดรนน้ำเหลือง ทางเลือกเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนและภูมิคุ้มกันร่างกาย หนึ่งในกุญแจสำคัญของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

Lymphatic Drainage คืออะไร?ช่วยเรื่องไหนบ้าง และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงการดูแลร่างกายจากภายนอก แต่ยังให้ความสำคัญกับระบบภายในที่มีผลต่อความสดชื่น ภูมิคุ้มกัน และการฟื้นตัวของร่างกาย หนึ่งในระบบสำคัญที่จะมองข้ามไปเสียไม่ได้ คือ ระบบน้ำเหลือง ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียและสิ่งแปลกปลอม ช่วยปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย และสนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ Lymphatic Drainage หรือ การนวดเดรนน้ำเหลือง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางดูแลสุขภาพที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองให้ดีขึ้นอย่างอ่อนโยนและปลอดภัย ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าสะสม เสริมการทำงานระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) และปรับสมดุลร่างกายให้รู้สึกเบาสบายมากขึ้น บทความนี้จาก LINNA Clinic

Vasculogenic MSC นวัตกรรมดูแลหลอดเลือดและระบบไหลเวียนโลหิตด้วยสเต็มเซลล์ เหมาะกับใคร ต้องทำบ่อยแค่ไหน?   

ระบบประสาท (Nervous system) เป็นหนึ่งในระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของร่างกาย มีหน้าที่หลักในการควบคุมการทำงานของอวัยวะ และระบบต่างๆ ให้อยู่ในภาวะสมดุลและสามารถทำงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ระบบประสาทอาจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม การบาดเจ็บของเส้นประสาทจากอุบัติเหตุหรือโรคทางระบบประสาทบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลให้การทำงานของร่างกายบกพร่องและคุณภาพชีวิตลดลง ในปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมระบบประสาทให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น ด้วยการใช้ Neurogenic MSC เซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ที่จำเพาะต่อเซลล์ประสาท ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฟื้นตัวของระบบประสาท ช่วยลดความรุนแรงของโรค และชะลอความเสื่อมของระบบประสาทในระยะยาว Table of Contents Neurogenic

Shopping Cart
Scroll to Top