ชะลอวัย

DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร ช่วยลดโลหะหนักและสารพิษสะสมในร่างกายได้อย่างไร

Double Filtration Plasmapheresis (DFPP) คือเทคนิคการกรองพลาสมาแบบสองขั้นตอน ที่มีส่วนช่วยลดโลหะหนัก สารพิษสะสม ไขมันในเลือด และสารก่อการอักเสบบางชนิดในกระแสเลือด ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ

ทีมแพทย์ LINNA Clinic17 ส.ค. 2569 13 นาที
DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร ช่วยลดโลหะหนักและสารพิษสะสมในร่างกายได้อย่างไร

ในแต่ละวันร่างกายของเราอาจต้องเผชิญกับโลหะหนักและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควัน อาหารปนเปื้อน สารเคมีจากอุตสาหกรรม และสารตกค้างบางชนิดที่พบได้ในสิ่งแวดล้อมรอบตัว แม้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่หากร่างกายได้รับสารเหล่านี้อย่างต่อเนื่องก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในหลายมิติ ตั้งแต่อาการผิดปกติแบบเฉียบพลันไปจนถึงผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงยิ่งกว่าในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อช่วยลดภาระของโลหะหนัก สารพิษสะสม และสารไม่พึงประสงค์บางชนิดที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด อย่างการทำ Double Filtration Plasmapheresis (DFPP) ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งในกลุ่ม Plasmapheresis ที่ใช้กระบวนการกรองพลาสมาแบบสองขั้นตอนที่มีความจำเพาะมากขึ้น อีกหนึ่งทางเลือกเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพจากภายในภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ

DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร? มีหลักการทำงานอย่างไร

DFPP หรือ Double Filtration Plasmapheresis คือเทคนิคการกรองพลาสมาแบบสองขั้นตอน (Double Filter System) โดยทำการกรองแยกพลาสมา (Plasma) ออกจากเซลล์เม็ดเลือดในขั้นตอนแรก จากนั้นจึงส่งพลาสมาผ่านตัวกรองที่มีความจำเพาะอีกชั้นเพื่อช่วยคัดแยกเอาสารที่ไม่พึงประสงค์ออกไปบางส่วน จากนั้นจึงคืนพลาสมาที่สะอาดมากขึ้นกลับเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับเซลล์เม็ดเลือดและโปรตีนสำคัญอื่นๆ โดยสามารถแบ่งขั้นตอนการทำงานของกระบวนการ DFPP ออกเป็น 3 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  • แยกพลาสมาออกจากเลือด เลือดจะถูกดึงออกจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการและส่งต่อไปยังเครื่องกรองระบบปิด โดยเลือดจะไหลผ่านตัวกรองชั้นแรกเพื่อแยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือด (Plasma Separator)
  • กรองพลาสมาผ่านตัวกรองเฉพาะ พลาสมาจะผ่านตัวกรองชั้นที่ 2 ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยลดสารไม่พึงประสงค์บางชนิด เช่น คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ โปรตีนโมเลกุลใหญ่ สารก่อการอักเสบ แอนติบอดีผิดปกติ รวมถึงโลหะหนักและสารพิษตกค้างบางชนิด เพื่อให้ได้พลาสมาที่สะอาดขึ้นและมีโมเลกุลเล็กลงกว่าเดิม
  • ส่งพลาสมากลับคืนสู่ร่างกาย พร้อมกับเซลล์เม็ดเลือด โปรตีนจำเป็นอื่นๆ และสารน้ำหรือของเหลวทดแทนตามดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักใช้ปริมาณน้อยกว่าการกรองเลือดทั่วไป หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการทำ DFPP ผู้เข้ารับบริการจะต้องนอนพักบนเตียงเพื่อสังเกตอาการประมาณ 30 นาที และสามารถกลับบ้านได้ หากไม่พบอาการผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์และประสิทธิภาพหลังทำ DFPP อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพและการตอบสนองของร่างกาย รวมถึงมาตรฐานของเครื่องมือที่แต่ละสถานพยาบาลเลือกใช้ โดยทุกขั้นตอนจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น

DFPP กับ Plasmapheresis แตกต่างกันไหม?

Plasmapheresis คือกระบวนการทำความสะอาดเลือดทางการแพทย์ โดยใช้วิธีการแยกพลาสมา (Plasma) ออกจากเซลล์เม็ดเลือด เพื่อกำจัดพลาสมาที่มีสารไม่พึงประสงค์ เช่น ไขมัน แอนติบอดีผิดปกติ โปรตีนกระตุ้นการอักเสบ รวมถึงโลหะหนักและสารพิษบางชนิด ออกไปบางส่วน จากนั้นจึงนำเซลล์เม็ดเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย พร้อมให้สารน้ำทดแทนตามความเหมาะสม โดย Plasmapheresis ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 รูปแบบ คือ

  • DFPP (Double Filtration Plasmapheresis) เป็นกระบวนการกรองพลาสมาแบบสองขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกจะเป็นการแยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือด จากนั้นนำพลาสมาผ่านตัวกรองชั้นที่สองเพื่อคัดแยกสารไม่พึงประสงค์บางชนิดออก ก่อนนำเซลล์เม็ดเลือดและพลาสมาส่วนที่ผ่านการกรองแล้วกลับคืนสู่ร่างกาย

จุดเด่นของ DFPP คือสามารถคัดแยกสารไม่พึงประสงค์บางกลุ่มออกจากพลาสมาได้อย่างจำเพาะ พร้อมนำพลาสมาส่วนที่ผ่านการกรองแล้วกลับเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้สารน้ำทดแทนในปริมาณมาก รวมถึงลดการสูญเสียอัลบูมิน โปรตีน และองค์ประกอบอื่นๆ ที่มีประโยชน์ภายในพลาสมา

  • TPE (Therapeutic Plasma Exchange) เป็นกระบวนการเปลี่ยนพลาสมาซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการรักษา โดยแยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือดและนำพลาสมาทั้งหมดออกจากระบบ จากนั้นจึงทดแทนด้วยสารน้ำทางการแพทย์ เช่น อัลบูมิน (Albumin) หรือพลาสมาสดแช่แข็งจากผู้บริจาค (Fresh Frozen Plasma: FFP) พร้อมกับการส่งเซลล์เม็ดเลือดกลับเข้าสู่ร่างกาย

กระบวนการนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือมีภาวะของโรคบางชนิด ซึ่งจำเป็นต้องลดสารก่อโรคที่หมุนเวียนอยู่ในพลาสมาอย่างรวดเร็ว เช่น แอนติบอดีที่ผิดปกติ โปรตีนผิดปกติ สารก่อการอักเสบ และสารพิษบางชนิด จึงมักดำเนินการในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีความพร้อม ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์

ทั้งนี้ การพิจารณาใช้วิธีใดควรขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ สภาพร่างกาย และการประเมินความเหมาะสมโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

DFPP (Plasmapheresis) ช่วยลดสารกลุ่มใดได้บ้าง

  • ไขมันในเลือดบางชนิด เช่น LDL คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และไลโปโปรตีนบางกลุ่ม โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง หรืออยู่ภายใต้ข้อบ่งชี้และการพิจารณาของแพทย์
  • สารก่อการอักเสบบางชนิด เช่น ไซโตไคน์ และโปรตีนระยะเฉียบพลัน (Acute Phase Protein: APP)
  • แอนติบอดีหรือสารภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ เช่น Autoantibodies, Immunoglobulins และ Immune complexes ที่เกี่ยวข้องกับโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือโรคที่มีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • โลหะหนักและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมบางชนิด เช่น อะลูมิเนียม (Aluminium), สารหนู (Arsenic), ปรอท (Mercury), ตะกั่ว (Lead), แคดเมียม (Cadmium) และ โครเมียม (Chromium) รวมถึงสารอินทรีย์ตกค้างจากสิ่งแวดล้อม สารกำจัดศัตรูพืช สารเคมี และสารระเหยอินทรีย์บางชนิด

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพการลดลงของสารแต่ละชนิดอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ชนิดและระดับของสารตกค้าง รวมถึงคุณสมบัติของสารชนิดนั้นๆ ผู้ที่สนใจจึงควรเข้ารับประเมินร่างกาย และวางแผนการดูแลภายใต้คำแนะนำของแพทย์เป็นรายบุคคล

ผลเสียของโลหะหนัก สารพิษสะสมในร่างกายคืออะไรบ้าง มีอาการอย่างไร

ผลกระทบของโลหะหนักและสารพิษสะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของสารและปริมาณที่ได้รับ ระยะเวลาที่สัมผัส อายุ สุขภาพพื้นฐาน และความสามารถในการกำจัดสารเหล่านั้นของร่างกาย โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ตั้งแต่อาการแบบทั่วไปที่ไม่จำเพาะ ไปจนถึงความผิดปกติของระบบต่างๆ ดังนี้

  • อาการทั่วไปที่ไม่จำเพาะ เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ในบางรายอาจมีผื่นคัน ผิวหมองคล้ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือรู้สึกไม่มีสมาธิ
  • อาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมอง เช่น ชาปลายมือปลายเท้า หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่ม มือสั่น ความจำลดลง อารมณ์แปรปรวน หรือการทรงตัวผิดปกติ
  • ผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย เช่น ไต ตับ ระบบเลือด ระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงระบบสืบพันธุ์
  • ความเสี่ยงด้านสุขภาพระยะยาว เช่น ภาวะไตเสื่อม ภาวะโลหิตจาง กระดูกบาง หรือความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด

อย่างไรก็ตาม ภาวะโลหะหนักหรือสารพิษสะสมในร่างกายไม่สามารถยืนยันได้จากการวินิจฉัยอาการเบื้องต้นแค่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกอาจไม่ชัดเจนและไม่จำเพาะ หากสงสัยว่ามีความเสี่ยงจากการสัมผัสโลหะหนักหรือสารพิษสะสม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจทางห้องปฏิบัติการมาตรฐาน เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและวางแผนการดูแลด้วยวิธีที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

DFPP (Plasmapheresis) ช่วยลดโลหะหนักและสารพิษสะสมได้อย่างไร

DFPP อาจช่วยลดโลหะหนักและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมบางชนิดที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดได้ ผ่านหลักการกรองพลาสมาแบบ 2 ขั้นตอน โดยตัวกรองชั้นแรกจะทำหน้าที่แยกพลาสมาออกจากเซลล์เม็ดเลือด เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด จากนั้นจึงส่งพลาสมาไปยังตัวกรองชั้นที่ 2 เพื่อคัดกรองเอาสารไม่พึงประสงค์ออกบางส่วน เช่น ไขมันบางชนิด แอนติบอดีที่ผิดปกติ สารกระตุ้นการอักเสบ รวมถึงโลหะหนัก สารพิษ และของเสียที่ตกค้างในร่างกาย จนได้พลาสมาที่มีความสะอาดมากขึ้นและมีขนาดโมเลกุลที่เล็กลง ก่อนส่งกลับเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับเซลล์เม็ดเลือด และโปรตีนจำเป็นอื่นๆ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของ DFPP ต่อสารแต่ละชนิดแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสารนั้นๆ เช่น การจับกับโปรตีนและไขมันในพลาสมา การละลายในไขมัน ขนาดโมเลกุล และการกระจายตัวในเนื้อเยื่อ โดยสารที่จับกับองค์ประกอบในพลาสมาอาจมีแนวโน้มในการลดระดับได้ดีกว่าสารที่กระจายตัวในเนื้อเยื่อหรือภายในเซลล์

อ้างอิงจากงานวิจัยปี 2025 ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Clinical Apheresis ซึ่งศึกษา DFPP ในผู้ป่วย Hyperlipoproteinemia(a) โดยใช้ระบบ Inuspheresis และทำ DFPP จำนวน 2 ครั้ง โดยใช้ไส้กรองที่มีขนาดรูพรุนแตกต่างกัน พบว่า หลังจากที่ทำ DFPP ระดับไขมันในเลือดบางชนิด เช่น Total cholesterol, LDL-C, Triglycerides และ Lp(a) รวมถึงโลหะหนักและสารพิษบางกลุ่มที่ตรวจพบในพลาสมา เช่น อะลูมิเนียม (Aluminium) สารหนู (Arsenic) ปรอท (Mercury) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่สารอินทรีย์ตกค้างบางชนิด เช่น HCB, PCB 138 และ p,p’-DDE มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน

ในทางกลับกัน สารบางชนิดที่กระจายตัวในร่างกายสูงและจับกับโปรตีนในเลือดต่ำ เช่น โทลูอีน (Toluene), Methyl isobutyl ketone (MIBK) และ แบเรียม (Barium) พบว่ามีค่า Rebound หรือ Redistribution ratio สูง ซึ่งสะท้อนว่าสารเหล่านี้อาจเคลื่อนกลับจากส่วนอื่นของร่างกายเข้าสู่กระแสเลือดหลังการทำ DFPP ได้มากกว่า ส่งผลให้ระดับสารในเลือดลดลงได้ไม่ชัดเจนหรือไม่คงที่เท่าสารกลุ่มอื่น และต้องอาศัยการทำซ้ำหลายรอบเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective case series) ในกลุ่มผู้ป่วยจำนวนจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมและการติดตามผลในระยะยาว (Castillo-Aleman et al., 2025)

อาจกล่าวได้ว่า DFPP มีส่วนช่วยลดระดับโลหะหนักและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมบางชนิดที่อยู่ในกระแสเลือด เช่น อะลูมิเนียม สารหนู ปรอท โทลูอีน MIBK แบเรียม รวมถึงสารอินทรีย์ตกค้างบางประเภท ทั้งนี้ ประสิทธิภาพในการลดสารแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสารนั้นๆ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะเป็นผู้ประเมินและออกแบบแนวทางการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Solution) อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจว่าการทำ DFPP เป็นเพียงแนวทางเสริมเพื่อช่วยลดสารไม่พึงประสงค์บางกลุ่มในกระแสเลือด และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

หลังทำ DFPP โลหะหนักและสารพิษต่างๆ สามารถกลับมาเพิ่มขึ้นได้ไหม?

โลหะหนักและสารพิษต่างๆ ภายในเลือดอาจกลับมาเพิ่มสูงขึ้นได้หลังจากการทำ DFPP ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการทำ DFPP ในครั้งนั้นไม่ได้ผลเสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่น เช่น

  • ** การเคลื่อนย้ายของสารจากเนื้อเยื่อกลับเข้าสู่กระแสเลือด (Redistribution)** สารพิษหรือโลหะหนักบางชนิดอาจไม่ได้สะสมอยู่เฉพาะในเลือดเพียงอย่างเดียว แต่ยังพบอยู่ในเนื้อเยื่อ ไขมัน หรือภายในเซลล์ เมื่อ DFPP ช่วยลดระดับสารบางส่วนที่อยู่ในพลาสมา สารที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่ออาจค่อยๆ เคลื่อนกลับเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อปรับสมดุลใหม่ ส่งผลให้ระดับของสารนั้นๆ กลับมาเพิ่มสูงขึ้นหลังทำ DFPP

อ้างอิงจากงานวิจัยของ Castillo-Aleman และคณะ ซึ่งได้อธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์การเพิ่มขึ้นอีกครั้ง (Rebound) และการเคลื่อนย้ายเข้าสู่กระแสเลือด (Redistribution) ของสารบางกลุ่ม เนื่องจากสารแต่ละชนิดอาจมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะสารที่จับกับองค์ประกอบในพลาสมาต่ำและสามารถกระจายตัวในเนื้อเยื่อได้มาก ซึ่งในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณาเพิ่มจำนวนครั้งในการทำ DFPP หรือวางแผนการดูแลร่วมกับกระบวนการอื่นๆ ที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น

  • การได้รับสารพิษใหม่จากสิ่งแวดล้อม แม้ระดับสารบางชนิดจะลดลงหลังทำ DFPP แต่หากผู้เข้ารับบริการยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม เช่น อยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง ต้องสูดดมควัน ฝุ่น และสารพิษเป็นประจำ รับประทานอาหารที่อาจปนเปื้อน หรือสัมผัสสารเคมีจากการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน ก็อาจเป็นสาเหตุให้ระดับของสารนั้นๆ กลับมาเพิ่มสูงขึ้นได้

ดังนั้น ผู้เข้ารับบริการควรทำความเข้าใจว่า การทำ DFPP ไม่สามารถขจัดสารพิษและโลหะหนัก ออกจากร่างกายได้อย่างหมดจดถาวร แต่เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดสารไม่พึงประสงค์ในร่างกายให้ลดน้อยลง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ผู้เข้ารับบริการควรทำ DFPP ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ ร่วมกับการลดการสัมผัสสารพิษ การเลือกอาหารที่ปลอดภัย การดูแลตับและไต การนอนหลับให้เพียงพอ และการติดตามผลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

DFPP (Plasmapheresis) เหมาะกับใคร

DFPP เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน และได้รับการประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีความกังวลเรื่องโลหะหนักหรือสารพิษสะสมในร่างกาย
  • ผู้ที่มีประวัติสัมผัสมลพิษ สารเคมี หรือสารพิษจากสิ่งแวดล้อมเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีภาวะเมตาบอลิก (Metabolic syndrome) เช่น มีไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ภาวะน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วนลงพุง
  • ผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง หรือมีความเสี่ยงเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันร่างกาย
  • ผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง ฟื้นตัวช้า หรือรู้สึกว่าร่างกายไม่สดชื่น แม้พักผ่อนเพียงพอ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบเฉพาะบุคคลร่วมกับแพทย์

ทั้งนี้ DFPP อาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรืออยู่ในช่วงที่ต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ยาหรือสารละลายที่ต้องใช้ร่วมกับการกรองเลือด ซึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

DFPP (Plasmapheresis) ควรทำกี่ครั้ง

โดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้ทำ DFPP ประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อลดระดับสารไม่พึงประสงค์ สารพิษ และโลหะหนักบางชนิดที่อยู่ในพลาสมา ทั้งนี้จำนวนครั้งที่ต้องทำ DFPP อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดและระดับของสารที่ตรวจพบ สุขภาพพื้นฐาน โรคประจำตัว และการตอบสนองของร่างกายหลังการทำแต่ละครั้ง

DFPP (Plasmapheresis) อันตรายไหม

โดยทั่วไป DFPP เป็นหัตถการที่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย หากดำเนินการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องมือและตัวกรองคุณภาพสูง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับบริการอาจพบอาการข้างเคียงได้แบบชั่วคราว เช่น รู้สึกเย็นหรือไม่สบายตัวระหว่างทำ ซึ่งสามารถแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลผู้ดูแลทราบเพื่อปรับแผนการฟื้นฟูให้เหมาะสม อาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงชั่วคราว รวมถึงรอยช้ำหรือระคายเคืองบริเวณรอยเข็มหลังทำเสร็จ ซึ่งเป็นอาการที่ถือว่าไม่รุนแรง และมักดีขึ้นได้เองภายใน 1-3 วัน

ดูแลสุขภาพจากภายใน ลดโลหะหนัก สารพิษสะสม และของเสียตกค้างในร่างกาย ด้วยโปรแกรม DFPP (Plasmapheresis) ที่ LINNA Clinic

โปรแกรม DFPP (Plasmapheresis) ที่ LINNA Clinic ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลสุขภาพจากภายใน โดยมุ่งเน้นการช่วยลดภาระของโลหะหนัก สารพิษสะสม สารก่อการอักเสบ และของเสียบางชนิดที่ตกค้างในร่างกาย พร้อมช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนเลือด ช่วยลดภาวะอักเสบเรื้อรัง และส่งเสริมสมดุลร่างกายแบบองค์รวม ภายใต้การประเมินและวางแผนดูแลทุกขั้นตอนโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

จุดเด่นของโปรแกรม DFPP (Plasmapheresis) ที่ LINNA Clinic

  • ใช้เครื่อง DFPP เทคโนโลยีทางการแพทย์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งออกแบบมาสำหรับกระบวนการกรองพลาสมา เพื่อช่วยทำความสะอาดและลดภาระสะสมในพลาสมาได้อย่างเป็นระบบ และมีคุณภาพสูงในการกำจัดของเสียออกจากพลาสมา โดยไม่เสียพลาสมาที่ดีออกไป
  • ไส้กรองแบบพรีเมียม ขนาด 1.0 m² มีพื้นที่ผิวของเยื่อกรองมากกว่าไส้กรองแบบทั่วไป (โดยส่วนใหญ่มีขนาด 0.5-0.6 m²) และรองรับอัตราการไหลของเลือดได้สูงสุด 390 มิลลิลิตรต่อนาที จึงสามารถรองรับการไหลเวียนและกรองแยกสารไม่พึงประสงค์ออกจากพลาสมาได้มากกว่าภายในระยะเวลาเท่าเดิม
  • ใช้เยื่อกรอง Polyethersulfone (PES) ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในระบบกรองทางการแพทย์ เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และเข้ากันได้ดีกับเลือด ข้อมูลจากงานวิจัยด้านการฟอกเลือดพบว่าเยื่อกรองชนิดนี้สามารถช่วยกำจัดสารโมเลกุลขนาดกลางและขนาดได้ดี ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการคัดแยกขึ้นอยู่กับโครงสร้างของเยื่อกรอง ขนาดรูพรุน และคุณสมบัติของสารแต่ละชนิด
  • มีไส้กรองหลายขนาด แพทย์สามารถเลือกใช้ไส้กรองได้สอดคล้องกับปัญหาที่ต้องการดูแล และสภาวะร่างกายของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย
  • ดำเนินการในรูปแบบเจาะแทงเส้นหลอดเลือดดำส่วนปลาย (Peripheral Vein) ที่บริเวณแขนหรือข้อพับ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนและไม่น่ากังวล เหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพและฟื้นฟูร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ

ที่ LINNA Clinic เราพร้อมดูแลโดยแพทย์และทีมผู้ดูแลที่มีประสบการณ์ ตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินสุขภาพ การวางแผนเฉพาะรายบุคคล และการดูแลระหว่างทำหัตถการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โปรแกรม DFPP (Plasmapheresis) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพจากภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐานการแพทย์

สรุป

DFPP หรือ Double Filtration Plasmapheresis เป็นกระบวนการกรองพลาสมาแบบสองขั้นตอน ที่มีส่วนช่วยลดสารไม่พึงประสงค์บางชนิดที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด เช่น ไขมันในเลือดบางชนิด สารก่อการอักเสบ แอนติบอดีที่ผิดปกติ รวมถึงโลหะหนักและสารพิษจากสิ่งแวดล้อมบางประเภท โดยเฉพาะสารที่อยู่ในพลาสมา หรือมีการจับกับโปรตีนในเลือด อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ DFPP อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่สะสม ระดับของสารในร่างกาย การกระจายตัวของสารในเนื้อเยื่อ สุขภาพพื้นฐาน และการตอบสนองของร่างกายหลังทำ จึงควรประเมินร่างกาย ตรวจเลือด และวางแผนการดูแลอย่างละเอียดโดยแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

สำหรับผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพจากภายใน ลดภาระสะสมจากโลหะหนัก สารพิษบางกลุ่ม ไขมันในเลือด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ สามารถเข้ารับการประเมินสุขภาพและวางแผนโปรแกรม DFPP ที่ LINNA Clinic ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายเข้ารับคำปรึกษาได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 91-979-9554 หรือ LINE: @linnaclinic

อ้างอิง

  • Castillo-Aleman, Y. M., Villegas-Valverde, C. A., Al-Karam, M., Lumame, S., Rose-Roque, J. M., Bawadi, E., El-Mouzain, D., Benedetti, S., Ventura-Carmenate, Y., Al-Kaabi, F. M., Bencomo-Hernandez, A. A., Sach, A., Andel, D., Kok, Y. P., Handgretinger, R., & Bornstein, S. R. (2025). Double filtration plasmapheresis for environmental toxin removal: A case series of patients with hyperlipoproteinemia(a). Journal of Clinical Apheresis, 40(5), e70060. https://doi.org/10.1002/jca.70060
#DFPP#Plasmapheresis#Detox#Heavy Metals

บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic

สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?

ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร? รวมคำถามที่พบบ่อยจากทีมแพทย์ LINNA
ชะลอวัย

DFPP (Plasmapheresis) คืออะไร? รวมคำถามที่พบบ่อยจากทีมแพทย์ LINNA

DFPP (Double Filtration Plasmapheresis) คืออะไร ทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง — รวมคำถามที่พบบ่อยจากทีมแพทย์ LINNA

อ่านบทความ
Dendritic Cell Therapy and cancer immunotherapy at LINNA Clinic
เวชศาสตร์ฟื้นฟู

Dendritic Cell Therapy ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด หลักการทำงาน และข้อมูลที่ควรรู้

Dendritic Cell Therapy หรือการบำบัดด้วยเซลล์เดนไดรติก คือภูมิคุ้มกันบำบัดเฉพาะบุคคล ที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้จำเพาะมากขึ้น

อ่านบทความ
CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ
เวชศาสตร์ฟื้นฟู

CAR-T Cell Therapy คืออะไร? ช่วยรักษาโรคมะเร็งได้จริงหรือไม่ เหมาะกับใคร? รวมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนทำ

CAR-T Cell Therapy นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษารูปแบบเดิม หรือโรคกลับมาเป็นซ้ำ

อ่านบทความ