ชะลอวัย

NAD+ คืออะไร? รู้จักประโยชน์ของ NAD+ ดีจริงไหม? วิธีเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย

รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง สมองไม่ปลอดโปร่ง สาเหตุของอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เพียงความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ยังสัมพันธ์กับระดับ NAD+ ในร่างกายที่ลดลงไปตามวัย ส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ไม่เต็มป…

LINNA Clinic Medical Team26 ก.พ. 2568 15 นาที
NAD+ คืออะไร? รู้จักประโยชน์ของ NAD+ ดีจริงไหม? วิธีเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย

รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง สมองไม่ปลอดโปร่ง สาเหตุของอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เพียงความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ยังสัมพันธ์กับระดับ NAD+ ในร่างกายที่ลดลงไปตามวัย ส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายจึงรู้สึกอ่อนล้าได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของนวัตกรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพเราจึงสามารถเพิ่ม NAD+ ใหม่ๆ ให้ร่างกายได้หลายรูปแบบ ทั้งจากอาหาร อาหารเสริม และเทคนิคการแพทย์อย่างการทำ NAD+ Therapy โดยแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อช่วยฟื้นฟูพลังงานระดับเซลล์ได้อย่างตรงจุด NAD+ คืออะไร? ดีจริงไหม? และเราจะเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกายได้อย่างไรบ้าง LINNA Clinic (ลินนา คลินิก) มีคำตอบ

NAD+ คืออะไร? รู้จักประโยชน์ของ NAD+ ดีจริงไหม? วิธีเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย NAD+ คืออะไร? รู้จักประโยชน์ของ NAD+ ดีจริงไหม? วิธีเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย

NAD+ คืออะไร? สำคัญอย่างไร?

NAD+ หรือ Nicotinamide Adenine Dinucleotide คือ โคเอนไซม์ที่จัดอยู่ในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินบี 3 ซึ่งมีบทบาทหลักในกระบวนการผลิตพลังงาน (ATP) ของเซลล์ ช่วยซ่อมแซม DNA ที่เสียหายให้กลับสู่สภาวะปกติ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์กลุ่ม Sirtuins ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชะลอวัยและเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม

แม้ว่าร่างกายสามารถผลิต NAD+ ได้เองอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นประกอบกับปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ล้วนส่งผลให้ระดับ NAD+ ลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้เซลล์เข้าสู่สภาวะเสื่อมถอย ผิวพรรณดูเหี่ยวย่น ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานช้าลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน และโรคอัลไซเมอร์ การเพิ่ม NAD+ ให้กับร่างกายด้วยวิธีที่เหมาะสม จึงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพลังงานระดับเซลล์ และช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นแบบองค์รวม

กระบวนการสร้าง NAD+ ในร่างกาย จากสารตั้งต้น NMN, NAM, NR

ร่างกายของเราสามารถผลิต NAD+ ได้เองจากสารตั้งต้นสำคัญชนิดต่างๆ โดยมีกระบวนการผลิตหลักๆ 2 รูปแบบ ได้แก่ De Novo Pathway ซึ่งเป็นการสร้าง NAD+ จากกรดอะมิโน Tryptophan และ Salvage Pathway ด้วยการรีไซเคิลสารตั้งต้น เช่น NMN, NAM และ NR ซึ่งร่างกายสามารถผลิตขึ้นเองได้ และสามารถรับเพิ่มจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อช่วยรักษาระดับ NAD+ ในร่างกายให้คงที่ ดังนี้

  • NMN (Nicotinamide Mononucleotide) เป็นสารตั้งต้นโดยตรงของ NAD+ ที่มีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับ NAD+ มากที่สุด โดยสาร NMN ที่อยู่ภายในเซลล์จะถูกแปลงเป็น NAD+ ได้โดยตรงด้วยเอนไซม์ NMNAT (Nicotinamide Mononucleotide Adenylyl Transferase) จึงนับเป็นกระบวนการในการเพิ่มระดับ NAD+ ได้อย่างรวดเร็ว
  • NAM (Nicotinamide หรือ Niacinamide) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของวิตามิน B3 ที่ร่างกายสามารถใช้สร้าง NAD+ ได้ โดย NAM จะถูกเปลี่ยนเป็น NMN ผ่านเอนไซม์ NAMPT (Nicotinamide Phosphoribosyl Transferase) ก่อนที่ NMN จะถูกแปรสภาพเป็น NAD+ ในภายหลังโดยเอนไซม์ NMNAT เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน จึงอาจใช้เวลานานกว่าการใช้ NMN หรือ NR โดยตรง
  • NR (Nicotinamide Riboside) NR เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของวิตามิน B3 ที่เป็นสารตั้งต้นของ NAD+ ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีโดยเฉพาะในระบบประสาทและสมอง ร่างกายจะดูดซึม NR แล้วเปลี่ยนเป็น NMN ผ่านเอนไซม์ NRK (Nicotinamide Riboside Kinase) หลังจากนั้นจึงแปรสภาพเป็น NAD+

ถึงแม้ร่างกายสามารถสังเคราะห์ NAD+ ได้เองผ่านกระบวนการต่างๆ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ประกอบกับความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิด รวมถึงการอักเสบภายในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายผลิต NAD+ ได้น้อยลง การได้รับ NAD+ เสริมจากภายนอกจึงเป็นอีกทางเลือกเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเพิ่ม NAD+ ในร่างกาย

มีหลายวิธีที่ช่วยเพิ่มระดับ NAD+ ให้กับร่างกาย ซึ่งแต่ละวิธีมีประสิทธิภาพในการเพิ่ม NAD+ ที่แตกต่างกันไป เช่น

  • การรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 3 สูง เช่น อะโวคาโด มะเขือเทศ บรอกโคลี มันฝรั่ง ปลาแซลมอน อาหารทะเล ธัญพืชและเมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม
  • การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) และการฝึกเวทเทรนนิ่ง เพื่อช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญ และช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Sirtuins ส่งผลให้ร่างกายเกิดกระบวนการรีไซเคิลและผลิต NAD+ ได้ดีขึ้น
  • การรับประทานอาหารเสริมในกลุ่ม NMN และ NR เพื่อส่งเสริมการสร้าง NAD+ ในร่างกาย
  • NAD+ Therapy ช่วยฟื้นฟูระดับ NAD+ อย่างรวดเร็ว เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในคลินิกสุขภาพที่ได้มาตรฐาน โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะดริปสาร NAD+ ผ่านทางหลอดเลือดดำโดยตรง เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านระบบย่อยและดูดซึมอาหาร แตกต่างจากการรับประทานอาหารและอาหารเสริมทั่วไป

NAD+ คืออะไร? ดีจริงไหม?

NAD+ Therapy หรือ NAD+ IV Drip Therapy เป็นการให้ NAD+ (Nicotinamide Adenine Dinucleotide) ผ่านทางหลอดเลือดดำ (IV Drip) เพื่อช่วยเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกายโดยตรง โดยเฉพาะที่สมองและตับ การทำ NAD+ Therapy ช่วยให้ร่างกายดูดซึม NAD+ ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานอาหารเสริมหรือการเพิ่มระดับ NAD+ ด้วยวิธีอื่น

ข้อดีของการทำ NAD+

  • ช่วยเพิ่มพลังงานและลดอาการเหนื่อยล้า โดยการเพิ่มระดับ ATP ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ในร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และลดอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome)
  • ช่วยฟื้นฟูสมองและความจำ ลดภาวะสมองล้า (Brain Fog) ส่งเสริมการทำงานของสมอง และช่วยลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสัน
  • กระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์และชะลอวัย ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ Sirtuins ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม DNA และการชะลอวัย การทำ NAD+ จึงมีส่วนช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ป่วยยาก ฟื้นตัวได้เร็ว และช่วยชะลอวัยให้เซลล์ผิว ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร
  • ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและควบคุมน้ำหนัก NAD+ มีบทบาทในการเผาผลาญไขมันและน้ำตาล ทำให้ร่างกายสามารถดึงพลังงานมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ
  • ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับกระดูก โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
NAD+ คืออะไร? รู้จักประโยชน์ของ NAD+ ดีจริงไหม? วิธีเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกาย

NAD+ เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าสะสม รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงอยู่เป็นประจำ
  • ผู้ที่ใช้สมองอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ที่ต้องการฟื้นฟูสมอง เสริมความจำ และลดภาวะสมองล้า
  • ผู้ที่ต้องการชะลอวัย และฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมได้จากภายใน
  • นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ที่ต้องการเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อและร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังการใช้สารเสพติดหรือสารเคมีบางชนิดที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย
  • ผู้ที่ต้องการกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญเพื่อช่วยลดน้ำหนัก และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง

NAD+ ควรทำกี่ครั้ง

ในระยะแรกที่เริ่มทำ NAD+ แพทย์มักแนะนำทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 4-5 สัปดาห์ เพื่อช่วยเพิ่มระดับ NAD+ ในร่างกายให้เพียงพอต่อการฟื้นฟูระบบเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นสามารถลดความถี่ลงเหลือเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรักษาระดับ NAD+ ให้คงที่ ทั้งนี้ปริมาณและความถี่ในการทำ NAD+ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินร่างกายอย่างละเอียด และวางแผนการฟื้นฟูร่างกายด้วย NAD+ อย่างเหมาะสม

NAD+ อันตรายไหม?

โดยทั่วไปการทำ NAD+ Therapy ไม่มีอันตราย เนื่องจากสาร NAD+ ที่เติมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำเป็นสารชนิดเดียวกันกับโคเอนไซม์ที่ร่างกายผลิตขึ้นได้เองตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามควรทำ NAD+ Therapy ภายใต้การดูแลของแพทย์ชำนาญการ มีการประเมินร่างกายอย่างละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยง รวมถึงการปรับปริมาณ และความถี่ในการทำ NAD+ Therapy ให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในแต่ละบุคคล

ผลข้างเคียงหลังทำ NAD+

ในระหว่างและหลังการทำ NAD+ อาจทำให้ผู้เข้ารับบริการบางรายรู้สึกปวดหัว วิงเวียนศีรษะ ใจเต้นเร็ว หรือคลื่นไส้ ซึ่งสามารถแจ้งให้แพทย์ลดอัตราความเร็วในการเติม NAD+ เข้าสู่หลอดเลือดเพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และภายหลังจากการทำอาจมีรอยแดง หรือรู้สึกระคายเคืองที่บริเวณรอยเข็ม ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายได้เองในช่วง 2-3 วัน

สรุป

NAD+ เป็นโคเอนไซม์ที่มีความสำคัญต่อร่างกายหลากหลายด้าน ทั้งช่วยผลิตพลังงาน กระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ฟื้นฟูเซลล์และชะลอวัย ตลอดไปจนถึงช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง แต่เมื่ออายุมากขึ้นระดับ NAD+ จะเริ่มลดลงส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะเสื่อมถอย การเติม NAD+ ผ่านทางหลอดเลือดโดยตรงจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่รู้สึกเหนื่อยล้า อยากดูแลสุขภาพให้แข็งแรงหรือต้องการฟื้นฟูร่างกายด้วย NAD+ Therapy สามารถติดต่อเข้ามาที่ LINNA Clinic ทุกสาขา เพื่อปรึกษา หรือนัดจองคิวแพทย์ชำนาญการได้ที่เบอร์ 063-609-8888 หรือทางไลน์ @linnaclinic ได้เลยค่ะ

#Longevity#NAD+#Diabetes#Heart

บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic

สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?

ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

EBOO PLUS Therapy ตัวช่วยที่ดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังจากภายใน และโรค NCDs
ชะลอวัย

EBOO PLUS Therapy ตัวช่วยที่ดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังจากภายใน และโรค NCDs

มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น น…

อ่านบทความ
Lymphatic Drainage คืออะไร?ช่วยเรื่องไหนบ้าง และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
ชะลอวัย

Lymphatic Drainage คืออะไร?ช่วยเรื่องไหนบ้าง และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงการดูแลร่างกายจากภายนอก แต่ยังให้ความสำคัญกับระบบภายในที่มีผลต่อความสดชื่น ภูมิคุ้มกัน และการฟื้นตัวของร่างกาย หนึ่งในระบบสำคัญที่จะมองข้ามไปเสียไม่ไ…

อ่านบทความ
Lymphatic Drainage กุญแจสำคัญของอายุยืน (Longevity) และภูมิคุ้มกันที่ดี
ชะลอวัย

Lymphatic Drainage กุญแจสำคัญของอายุยืน (Longevity) และภูมิคุ้มกันที่ดี

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสเกี่ยวกับ “ Longevity” หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพกลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่สนใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ไม่รอให้เกิดอาการเจ็บป่วยก่อน…

อ่านบทความ