สุขภาพและเวลเนส

ความดันสูงคืออะไร? เกิดจากอะไร คุณเป็นความดันสูงไหม อาการเป็นอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไร

ความดันสูง ( Hypertension) เป็นภาวะสุขภาพที่พบได้ 1 ใน 5 ของคนไทย อีกหนึ่งภัยเงียบที่แอบแฝงอยู่ในร่างกายซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการของโรคอย่างชัดเจนจนกระทั่งเข้าสู่ระยะรุนแรงและเกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมาส่…

LINNA Clinic Medical Team16 ม.ค. 2568 11 นาที
ความดันสูงคืออะไร? เกิดจากอะไร คุณเป็นความดันสูงไหม อาการเป็นอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไร

ความดันสูง (Hypertension) เป็นภาวะสุขภาพที่พบได้ 1 ใน 5 ของคนไทย อีกหนึ่งภัยเงียบที่แอบแฝงอยู่ในร่างกายซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการของโรคอย่างชัดเจนจนกระทั่งเข้าสู่ระยะรุนแรงและเกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมาส่งผลให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตได้ การดูแลระดับความดันให้เป็นปกติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ LINNA Clinic ชวนทำความเข้าใจ ความดันสูง คืออะไร ? อาการแบบไหนบ่งชี้ว่าคุณอาจเป็นภาวะความดันสูง พร้อมวิธีดูแลตัวเองและทางเลือกสำหรับการลดภาวะความดันสูงด้วย Alternative Medicine การแพทย์ทางเลือกโดยไม่ต้องใช้ยา

ความดันสูงคืออะไร

ความดันสูง (Hypertension) คือ ภาวะที่ค่าความดันโลหิตสูงกว่าระดับปกติต่อเนื่องกันเป็นเวลานานซึ่งค่าความดันปกติของคนทั่วไปจะอยู่ที่ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ส่วนผู้ที่เริ่มมีภาวะความดันสูงมักตรวจพบค่าความดันโลหิตมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท โดยสามารถแบ่งภาวะความดันสูงออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ความดันสูงชนิด Primary Hypertension เป็นภาวะความดันสูงที่พบได้มากถึงร้อยละ 95 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุเนื่องจากความดันสูงประเภทนี้อาจกินเวลาต่อเนื่องได้หลายสิบปีและจะแสดงอาการของโรคเมื่อเข้าสู่ระยะรุนแรง
  • ความดันสูงชนิด Secondary Hypertension เป็นภาวะความดันสูงที่พบได้น้อยกว่าและมักปรากฏอาการของโรคขึ้นอย่างกะทันหันซึ่งโดยส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ต่อมหมวกไต โรคของต่อมไร้ท่อ ความผิดปกติของฮอร์โมน ฯลฯ รวมไปจนถึงการได้รับสารเคมี การใช้สารเสพติดหรือใช้ยาบางชนิด

คุณเป็นความดันสูงไหม เช็กได้จากอาการเหล่านี้

โดยทั่วไปภาวะความดันสูงมักไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนที่ชัดเจนจนกว่าจะเข้าสู่ระยะรุนแรงแต่อย่างไรก็ตามอาจมีเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับภาวะของโรค ดังนี้

  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ มึนงง คลื่นไส้อาเจียนบ่อยๆ
  • รู้สึกปวดศีรษะโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงบริเวณท้ายทอย
  • มีอาการอ่อนเพลีย ใจสั่น เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • นอนหลับยาก มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • สายตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัดเจน
  • มือเท้าชา
  • มีเลือดกำเดาไหล

การเช็กระดับความดันสูง

หากตรวจพบอาการผิดปกติตามที่กล่าวมาในข้างต้นสามารถวัดระดับความดันของตนเองได้จากที่บ้านด้วยการใช้เครื่องมือเพื่อตรวจวัดระดับความดันวันละ 4 ครั้ง อย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 4-7 วันและจดบันทึกค่าตัวเลขเอาไว้อย่างละเอียด โดยมีวิธีการเช็กระดับความดันสูงที่แนะนำดังนี้

  • วัดความดันโลหิตครั้งที่ 1 หลังจากตื่นนอนและปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเว้นระยะ 1 นาทีแล้ววัดซ้ำครั้งที่ 2
  • วัดความดันโลหิตครั้งที่ 3 ก่อนเข้านอนโดยควรนั่งพักประมาณ 3-5 นาทีแล้วจึงเริ่มวัด จากนั้นเว้นระยะอีก 1 นาทีแล้ววัดซ้ำครั้งที่ 4

หากค่าเฉลี่ยของตัวเลขที่วัดได้มีค่าเกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอทถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเป็นภาวะความดันสูง ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมแสดงค่าความดันที่จดบันทึกไว้เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยระดับความรุนแรงของโรคและวางแผนการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม

ความดันสูงเกิดจากอะไร

ภาวะความดันสูงเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกันซึ่งในผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 95 มักเกิดขึ้นจากสาเหตุเหล่านี้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีเป็นต้นไป
  • พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นภาวะความดันสูงมักมีโอกาสของการเกิดโรคได้มากกว่าบุคคลทั่วไป
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัดและดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเป็นประจำ
  • ผู้บริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงหรืออาหารรสจัดอยู่บ่อยครั้ง
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน โรคอ้วน
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคไต ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
  • ผู้ที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดสะสม
  • ผู้มีพฤติกรรมเนือยนิ่งหรือต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน เช่น พนักงานออฟฟิศ ผู้ที่ต้องขับรถนานๆ เป็นต้น

นอกไปจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดภาวะความดันสูงซึ่งพบได้น้อยกว่า เช่น การทำงานที่ผิดปกติของไต มีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ ภาวะครรภ์เป็นพิษ การใช้ยาบางชนิด สารเสพติดและสารเคมี เป็นต้น

การดูแลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีภาวะความดันสูง

ในกลุ่มที่มีภาวะความดันสูงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและดูแลสุขภาพให้เหมาะสมเพื่อช่วยควบคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติได้ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ มีผักและผลไม้ในทุกมื้ออาหาร
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสจัด อาหารที่มีโซเดียมสูง
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำตามคำสั่งแพทย์
  • พยายามนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/วัน ทำจิตใจให้สงบ ไม่เครียด
  • ในกลุ่มที่ต้องทานยาลดความดันจะต้องทานยาอย่างต่อเนื่องตามคำสั่งแพทย์ ไม่หยุดยาด้วยตนเอง รวมถึงหมั่นจดบันทึกค่าความดันเป็นประจำทุกวันเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประเมินและปรับแผนการรักษาในครั้งถัดๆ ไป

ความเสี่ยงโรคร้ายหากเป็นความดันสูง

ภาวะความดันสูงหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญภายในร่างกายจนทำให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนี้

  • หัวใจ อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Heart failure) กล้ามเนื้อหัวใจหนา ภาวะหัวใจขาดเลือดเนื่องจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน
  • สมอง ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบ ตัน หลอดเลือดในสมองแตก มีเลือดออกในสมองเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาตได้
  • ตา ทำให้หลอดเลือดบริเวณจอรับภาพแตก จอตาบวม ประสาทตาเสื่อม ตาพร่ามัวและอาจทำให้ตาบอดได้
  • ไต ทำให้เนื้อไตและเส้นเลือดในไตเสื่อมจนเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรังตามมาในท้ายที่สุด

Alternative Medicine ช่วยเรื่องความดันสูงได้อย่างไร

ภาวะความดันสูงสามารถดูแลและฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ด้วยการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม นอกไปจากนี้ยังสามารถเลือกใช้วิธีอื่นๆ ควบคู่กันไปเพื่อช่วยลดภาวะอาการความดันสูงให้ดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย Alternative Medicine การแพทย์ทางเลือก ที่มีความปลอดภัยและเป็นวิธีการบำบัดร่างกายโดยไม่ต้องใช้ยา สำหรับผู้ที่มีภาวะความดันสูงและกำลังมองหาตัวช่วยเพื่อฟื้นฟูร่างกายสามารถแอดไลน์ @linnaclinic หรือติดต่อเข้ามาที่เบอร์ 063-609-8888 เพื่อจองคิวประเมินร่างกายอย่างละเอียดและวางแผนการลดภาวะความดันสูงด้วย Alternative Medicine โดยอาจารย์แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงของ LINNA Clinic ได้เลยค่ะ

#Health & Wellness#Blood Pressure#Diabetes

บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic

สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?

ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง

EBOO Therapy ล้างสารพิษในเลือด คู่กับ Lymphatic Drainage ช่วยดีท็อกซ์และฟื้นฟูร่างกายแบบครบวงจรได้อย่างไร? เหมาะกับใครบ้าง?
สุขภาพและเวลเนส

EBOO Therapy ล้างสารพิษในเลือด คู่กับ Lymphatic Drainage ช่วยดีท็อกซ์และฟื้นฟูร่างกายแบบครบวงจรได้อย่างไร? เหมาะกับใครบ้าง?

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ทำ EBOO Therapy มาแล้ว แต่ยังรู…

อ่านบทความ
Blood Detox vs Lymphatic Drainage ต่างกันอย่างไร?ทำร่วมกันได้ไหม
สุขภาพและเวลเนส

Blood Detox vs Lymphatic Drainage ต่างกันอย่างไร?ทำร่วมกันได้ไหม

Blood Detox vs Lymphatic Drainage ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบการดูแลระบบเลือดและน้ำเหลือง ควรเลือกแบบไหน หรือทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า?

อ่านบทความ
วัคซีนโควิด (COVID-19 Vaccine) คืออะไร? มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?
สุขภาพและเวลเนส

วัคซีนโควิด (COVID-19 Vaccine) คืออะไร? มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 “วัคซีน” ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยปกป้องชีวิตผู้คนทั่วโลก ลดความรุนแรงของโรค และช่วยให้ระบบสาธารณสุขกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง (World Health Organization, 2023; Europ…

อ่านบทความ