
มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น นอนหลับไม่สนิท รู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ มีผื่นคัน ภูมิแพ้ หรือเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ และคิดว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ความจริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของภาวะอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว LINNA Clinic ชวนทำความเข้าใจ ภาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร? กลุ่มโรค NCDs คืออะไร มีโรคไหนบ้าง? พร้อมนวัตกรรมการฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย EBOO PLUS Therapy ตัวช่วยฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตและปรับสมดุลร่างกายจากภายใน ทางเลือกของการดูแลสุขภาพ และส่งเสริมการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Longevity)
สารบัญ
- ภาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวอย่างไร?
- โรค NCDs คืออะไร มีโรคอะไรบ้าง?
- EBOO PLUS Therapy คืออะไร? ช่วยฟื้นฟูภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกายได้อย่างไร
- EBOO Plus Therapy ช่วยโรค NCDs ได้อย่างไร
- ควรทำ EBOO PLUS Therapy กี่ครั้ง เพื่อดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังอย่างเหมาะสม
- ผลลัพธ์หลังทำรู้สึกอย่างไร?
- การเตรียมตัวก่อนทำ EBOO PLUS Therapy
- ควรทำคู่กับ Vitamin Drips หรือ Exosome IV หรือ Stem cells Therapy ไหม? เลือกอย่างไร?
- สรุป
ภาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาวอย่างไร?
ภาวะอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่สามารถกลับเข้าสู่สมดุลตามปกติได้ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบอยู่ตลอดเวลา จนนำไปสู่อาการผิดปกติบางอย่าง เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ติดเชื้อง่าย และฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยหรือการใช้ร่างกายได้ช้ากว่าปกติ
หากปล่อยให้ภาวะอักเสบเรื้อรังดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้เซลล์และอวัยวะภายในเกิดความเสียหาย และเป็นสาเหตุตั้งต้นของการเกิดโรค NCDs หลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคซึมเศร้า
สาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในชีวิตประจำวัน
ภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกายอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
-
การนอนหลับไม่เพียงพอ คุณภาพการนอนไม่ดี
-
ความเครียดสะสม
-
การรับประทานอาหารที่มีส่วนกระตุ้นการอักเสบบ่อยๆ เช่น อาหารที่มีน้ำตาลสูง ไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูป
-
ภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง
-
การขาดการออกกำลังกาย ขยับร่างกายน้อย
-
การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด
-
การสัมผัสสารพิษและสารเคมีเป็นประจำ เช่น มลภาวะ ฝุ่น ควัน และโลหะหนัก
สัญญาณเตือนจากร่างกายว่าอาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง
ภาวะอักเสบเรื้อรังอาจไม่ได้แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวหรือเข้าใจว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตประจำวัน จนกระทั่งอาการรุนแรงและถี่ขึ้น เช่น
-
เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แม้พักผ่อนเพียงพอ
-
ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น นอนหลับไม่เต็มอิ่ม หลับไม่สนิท
-
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ บ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
-
ร่างกายฟื้นตัวช้าหลังใช้แรงหนักหรือเมื่ออยู่ในช่วงพักฟื้น
-
ติดเชื้อง่าย เป็นไข้บ่อยๆ
-
มีผื่น คัน ภูมิแพ้ หรืออาการระคายเคืองผิวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
-
สมองล้า ไม่มีสมาธิ อารมณ์แปรปรวนง่าย
-
ระบบย่อยอาหารแปรปรวน ท้องอืด ขับถ่ายไม่ปกติ
-
น้ำหนักขึ้นง่าย ลดยาก หรือมีไขมันสะสมมากขึ้น
อาการเหล่านี้ไม่สามารถใช้วินิจฉัยภาวะอักเสบเรื้อรังได้โดยตรง แต่เป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีภาวะน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง ซึ่งควรเข้ารับการประเมินสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม
โรค NCDs คืออะไร มีโรคอะไรบ้าง?
โรค NCDs (Non-Communicable Diseases) หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังคือกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อและไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้โดยตรง มักค่อยๆ พัฒนาขึ้นเป็นเวลานานตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงหลายปี โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัยร่วมกันทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม รวมถึงปัจจัยด้านพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และอายุที่เพิ่มขึ้น จุดที่น่ากังวลของโรค NCDs คือในระยะแรกมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออวัยวะสำคัญในร่างกายเริ่มทำงานผิดปกติ โดยมีกลุ่มโรค NCDs ที่พบได้บ่อย ได้แก่
-
โรคหัวใจและหลอดเลือดเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมอง
-
โรคเบาหวานโดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2
-
โรคอ้วนลงพุงและกลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs อื่นๆ
-
โรคมะเร็งบางชนิดเช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก
-
โรคทางเดินหายใจเรื้อรังเช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง
-
โรคสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์
EBOO PLUS Therapy คืออะไร? ช่วยฟื้นฟูภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกายได้อย่างไร
EBOO PLUS Therapy หรือ Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonationเป็นเทคนิคการดูแลสุขภาพในกลุ่ม Blood Detox ด้วยการกรองทำความสะอาดเลือดด้วยฟิลเตอร์ชนิดพิเศษร่วมกับการเติมออกซิเจนและโอโซนทางการแพทย์ในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม ก่อนส่งเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง กระบวนการนี้มีส่วนช่วยในการดูแลระบบไหลเวียนโลหิตให้ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยฟื้นฟูภาวะอักเสบเรื้อรังตามกลไกธรรมชาติของร่างกายในหลายมิติ
-
ช่วยสนับสนุนการไหลเวียนเลือดระบบไหลเวียนเลือดเป็นเส้นทางหลักในการนำออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ เมื่อเลือดไหลเวียนได้ดี จึงมีส่วนช่วยให้เซลล์ได้รับสารที่จำเป็นต่อกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง
-
ช่วยสนับสนุนการนำส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อและเซลล์ในร่างกายออกซิเจนมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการสร้างพลังงานภายในเซลล์ โดยเฉพาะในไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักของเซลล์ การสนับสนุนการนำส่งออกซิเจนอย่างเหมาะสม จึงมีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังให้กับเซลล์และการฟื้นตัวของร่างกาย
-
ช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันร่างกายด้วยการกระตุ้นการตอบสนองของเม็ดเลือดขาว รวมถึงการหลั่งสารไซโตไคน์ (Cytokines) บางชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
EBOO Plus Therapy ช่วยโรค NCDs ได้อย่างไร
EBOO PLUS Therapy อาจช่วยเสริมการดูแลสุขภาพในผู้ที่มีความเสี่ยงหรืออยู่ในกลุ่มโรค NCDs ได้ โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคให้ดีขึ้น เช่น ภาวะอักเสบเรื้อรัง ภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) และความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด ผ่านกระบวนการทำความสะอาดเลือดในระบบปิดร่วมกับการเติมออกซิเจนและโอโซนทางการแพทย์ในระดับที่เหมาะสม เพื่อช่วยสนับสนุนระบบไหลเวียนเลือด การนำส่งออกซิเจนและสารจำเป็นไปยังเนื้อเยื่อ และช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
อ้างอิงจากงานทบทวนวรรณกรรมในกลุ่มโรคกระดูก กล้ามเนื้อ และข้อ ช่วงปี 2024 พบว่า Ozone Therapy อาจช่วยกระตุ้นระบบต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติของร่างกาย ลดการสร้างสารก่อการอักเสบบางชนิด และช่วยปรับสมดุลภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค NCDs นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนการไหลเวียนเลือดและการนำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ดีขึ้น (Jeyaraman et al., 2024)
สอดคล้องกับงานทบทวนวรรณกรรมในปี 2025 ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกหลายฉบับ พบว่า Ozone Therapy อาจช่วยลดภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) และช่วยสนับสนุนระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกายได้ในผู้ป่วยบางกลุ่ม (Alimohammadi et al., 2025)
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาแบบกลุ่มในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (Peripheral Artery Disease) จำนวน 28 ราย พบว่ากลุ่มที่ได้รับ EBOO มีอาการของโรคดีขึ้นในหลายด้าน ทั้งการฟื้นตัวของแผลที่ผิวหนัง อาการปวด อาการคัน ความรู้สึกขาหนัก และคุณภาพชีวิตโดยรวม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยา prostacyclin ทางหลอดเลือดดำ ทั้งนี้ ผู้วิจัยไม่พบความแตกต่างของการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดแดงที่ขาอย่างชัดเจน จึงสันนิษฐานได้ว่าผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับกลไกอื่นร่วมด้วย (Di Paolo et al., 2005)
อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจว่า EBOO PLUS Therapy เป็นเพียงกระบวนการเพื่อช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย ไม่ใช่การรักษาโรค NCDs โดยตรง และไม่สามารถทดแทนการรักษาหลักได้ ผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค NCDs ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนฟื้นฟูเฉพาะรายบุคคล
ควรทำ EBOO PLUS Therapy กี่ครั้ง เพื่อดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังอย่างเหมาะสม
โดยทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้ทำ EBOO PLUS Therapy ประมาณ 1 ครั้งต่อ 1 อาทิตย์ และทำอย่างต่อเนื่อง 4-5 ครั้ง เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายและดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังได้อย่างเต็มที่ หลังจากนั้นอาจพิจารณาทำซ้ำทุก 3-4 เดือน หรือตามความเหมาะสมในแต่ละเคส อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สุขภาพพื้นฐาน ระดับการอักเสบ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลตัวเองหลังทำ
ผลลัพธ์หลังทำรู้สึกอย่างไร?
ผลลัพธ์หลังทำ EBOO PLUS Therapy อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหลังทำครั้งแรก ขณะที่บางรายต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งจึงจะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจน โดยผู้รับบริการอาจสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลังทำ ดังนี้
-
รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และเบาสบายตัวมากขึ้น
-
หายใจได้โล่งขึ้น
-
นอนหลับได้ดี อาการอ่อนเพลียลดลง
-
สมองปลอดโปร่ง มีสมาธิจดจ่อมากขึ้น
-
ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
-
อาการปวดเมื่อย ตึง ตามส่วนต่างๆ ในร่างกายลดลง
การเตรียมตัวก่อนทำ EBOO PLUS Therapy
ก่อนทำ EBOO PLUS Therapy ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยมีข้อแนะนำดังนี้
-
เข้ารับการประเมินสุขภาพกับแพทย์ เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาความเหมาะสมเฉพาะรายบุคคลก่อนเข้ารับการบำบัดแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการรักษา ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยาหรือสารต่างๆ ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนักก่อนทำดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้นหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงงดทานวิตามินซีในช่วง 1 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพการทำ EBOO Therapy ลดลง หลังจากนั้นสามารถกลับไปทานวิตามินซีได้ตามเดิมเมื่อครบ 24 ชั่วโมงหากมีไข้ อ่อนเพลีย หรือติดเชื้อเฉียบพลัน ควรเลื่อนนัดออกไปจนกว่าจะหายเป็นปกติ
-
เข้ารับการประเมินสุขภาพกับแพทย์ เพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาความเหมาะสมเฉพาะรายบุคคลก่อนเข้ารับการบำบัด
-
แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการรักษา ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ รวมถึงประวัติการแพ้ยาหรือสารต่างๆ ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
-
พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงหนักก่อนทำ
-
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น
-
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
-
งดทานวิตามินซีในช่วง 1 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันไม่ให้ประสิทธิภาพการทำ EBOO Therapy ลดลง หลังจากนั้นสามารถกลับไปทานวิตามินซีได้ตามเดิมเมื่อครบ 24 ชั่วโมง
-
หากมีไข้ อ่อนเพลีย หรือติดเชื้อเฉียบพลัน ควรเลื่อนนัดออกไปจนกว่าจะหายเป็นปกติ
ควรทำคู่กับ Vitamin Drips หรือ Exosome IV หรือ Stem cells Therapy ไหม? เลือกอย่างไร?
-
การทำ EBOO PLUS Therapy สามารถวางแผนร่วมกับโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพอื่นๆ ได้ เช่น Vitamin Drips, Exosome IV หรือ Stem cells ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐานและเป้าหมายในการฟื้นฟูของแต่ละบุคคล ซึ่งแต่ละกระบวนการมีจุดประสงค์ในการทำที่แตกต่างกันออกไปVitamin Dripsเป็นการดริปวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารจำเป็นเข้าสู่หลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ที่พักผ่อนน้อย อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรือมีภาวะที่ต้องการเสริมสารอาหารบางชนิดตามการประเมินของแพทย์Exosome IV เทคนิคการดริปเอ็กโซโซมเข้าสู่ร่างกายโดยตรงทางหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มระดับพลังงาน เหมาะกับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ มีภาวะอักเสบเรื้อรัง หรือต้องการฟื้นฟูสุขภาพหลังการเจ็บป่วยหรือหลังการผ่าตัดStem Cells Therapyกระบวนการบำบัดด้วยการใช้เซลล์ต้นกำเนิดซึ่งสกัดได้จากร่างกายของมนุษย์เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเซลล์ที่เสียหายให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ผู้ที่มีภาวะโรคชรา หรือร่างกายเสื่อมสภาพไปตามวัยหลังจากทำ EBOO PLUS Therapy เพื่อช่วยดูแลระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มออกซิเจนให้เซลล์และลดภาระของเสียบางส่วนในกระแสเลือด แพทย์อาจพิจารณาให้ทำ Vitamin Drips เพื่อเติมวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย หรือ Exosome IV และ Stem Cells ในกรณีที่ต้องการดูแลสุขภาพในระดับเซลล์ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนลำดับการฟื้นฟู รวมถึงระยะห่างของแต่ละโปรแกรมอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสุขภาพพื้นฐานและเป้าหมายในการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคล
-
Vitamin Dripsเป็นการดริปวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารจำเป็นเข้าสู่หลอดเลือดดำ ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับผู้ที่พักผ่อนน้อย อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรือมีภาวะที่ต้องการเสริมสารอาหารบางชนิดตามการประเมินของแพทย์
-
Exosome IV เทคนิคการดริปเอ็กโซโซมเข้าสู่ร่างกายโดยตรงทางหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มระดับพลังงาน เหมาะกับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ มีภาวะอักเสบเรื้อรัง หรือต้องการฟื้นฟูสุขภาพหลังการเจ็บป่วยหรือหลังการผ่าตัด
-
Stem Cells Therapyกระบวนการบำบัดด้วยการใช้เซลล์ต้นกำเนิดซึ่งสกัดได้จากร่างกายของมนุษย์เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเซลล์ที่เสียหายให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม ผู้ที่มีภาวะโรคชรา หรือร่างกายเสื่อมสภาพไปตามวัย
สรุป
ภาวะอักเสบเรื้อรังเป็นภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรค NCDs หลายกลุ่ม เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเรื้อรังอื่นๆ การดูแลสุขภาพจึงควรเริ่มตั้งแต่การลดปัจจัยกระตุ้นการอักเสบ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต พักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ
EBOO PLUS Therapy เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน โดยช่วยดูแลระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มออกซิเจนให้เซลล์ ลดภาระของเสียบางส่วนในกระแสเลือด และช่วยปรับสมดุลร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง ฟื้นตัวช้า มีปัจจัยเสี่ยงต่อการอักเสบสะสม หรือผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อการมีอายุที่ยืนยาวได้อย่างมีคุณภาพ
สนใจดูแลสุขภาพจากภายใน ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะอักเสบเรื้อรังและโรค NCDs สามารถเข้ารับคำปรึกษากับทีมแพทย์ของ LINNA Clinic เพื่อประเมินสุขภาพอย่างละเอียด และวางแผนการฟื้นฟูด้วย EBOO PLUS Therapy แบบเฉพาะรายบุคคล ติดต่อ LINNA Clinic ได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือ LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ
References
-
Jeyaraman, M., Jeyaraman, N., Ramasubramanian, S., Balaji, S., Nallakumarasamy, A., Patro, B. P., & Migliorini, F. (2024). Ozone therapy in musculoskeletal medicine: A comprehensive review. European Journal of Medical Research, 29(1), 398. https://doi.org/10.1186/s40001-024-01976-4
-
Alimohammadi, M., Khoshnazar, S. M., Khajehpour, H., Izadi, M., Einollahi, B., & Hushmandi, K. (2025). Effect of ozone therapy on oxidative stress indices in chronic inflammatory diseases: A systematic review and meta-analysis of randomized clinical trials. Advances in Redox Research, 17, https://doi.org/10.1016/j.arres.2025.100143
-
Di Paolo, N., Bocci, V., Salvo, D. P., Palasciano, G., Biagioli, M., Meini, S., Galli, F., Ciari, I., Maccari, F., Cappelletti, F., Di Paolo, M., & Gaggiotti, E. (2005). Extracorporeal blood oxygenation and ozonation (EBOO): A controlled trial in patients with peripheral artery disease. The International Journal of Artificial Organs, 28(10), 1039–1050. https://doi.org/10.1177/039139880502801012
บทความนี้เรียบเรียงและตรวจสอบโดยทีมแพทย์ของ LINNA Clinic
โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

EBOO Therapy (1 Session)

Double Filtration Plasmapheresis (DFPP)
สนใจโปรแกรมนี้ หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะบุคคล?
ทีม LINNA Clinic พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณ


