โรค Stroke คืออะไร? สาเหตุ อาการของโรค และวิธีป้องกัน

โรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมองนับเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต แขนขาอ่อนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือในเคสที่มีภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันรุนแรงอาจส่งผลทำให้ถึงแก่ชีวิต หลายคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมองกันอยู่บ่อยครั้งและคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวแต่ในความเป็นจริงแล้วโรค Stroke มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเป็นทุนเดิม โรค Stroke เกิดจากอะไร? อาการเบื้องต้นของโรคเป็นแบบไหน มีวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันโรค Stoke ได้อย่างไร บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ พร้อมทางเลือกใหม่ของการช่วยฟื้นฟูร่างกายจากโรค Stroke ที่น่าสนใจด้วยนวัตกรรม Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) โดยอาจารย์แพทย์มากประสบการณ์ที่ LINNA Clinic

Table of Contents

โรค Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง คืออะไร

โรค Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงเซลล์สมองได้อย่างเพียงพอเนื่องจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดง เช่น ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic stroke) หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic stroke) ส่งผลให้สมองขาดเลือดและออกซิเจนทำให้เซลล์สมองตาย ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพ อัมพฤกษ์ อัมพาตหรือรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

อาการของโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง

อาการและระดับความรุนแรงของโรค Stroke อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับบริเวณที่เซลล์เนื้อเยื่อสมองได้รับความเสียหาย โดยสามารถสังเกตอาการขั้นต้นของโรค Stroke ได้ดังนี้

  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่บริเวณแขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอย่างเฉียบพลัน ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการหยิบจับสิ่งของเครื่องใช้ การทรงตัวผิดปกติ เดินเซ
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงบนใบหน้าซีกใดซีกหนึ่ง ส่งผลให้ใบหน้าข้างหนึ่งรับความรู้สึกได้น้อยกว่าอีกข้าง หลับตาได้ไม่สนิท มุมปากตก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวและมองไม่ชัดชนิดเฉียบพลัน มองเห็นภาพซ้อน มองเห็นภาพครึ่งเดียว
  • มึนงง สับสน สื่อสารไม่รู้เรื่อง
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน

หากสังเกตว่าตนเองหรือบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดมีอาการเบื้องต้นเหล่านี้ทั้งแบบที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ และหายได้เองเนื่องจากภาวะสมองขาดเลือดชั่วขณะ (Transient ischemic attack: TIA) หรือต่อเนื่องหลายชั่วโมงควรรีบเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจประเมินร่างกายโดยละเอียดและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาตและการเสียชีวิต

ภาวะแทรกซ้อนของโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ป่วยโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมองอาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคที่ต้องระวัง ดังนี้

  • อัมพาตครึ่งซีก (Hemiplegia) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงของร่างกายซีกหนึ่งซีกใด เช่น บริเวณใบหน้า มือ แขน ขา หรือเท้า
  • ปัญหาเกี่ยวกับสมอง ผู้ป่วยบางรายอาจสูญเสียความทรงจำ การเข้าใจและตัดสินใจช้าลงโดยเฉพาะในเรื่องที่มีความซับซ้อน นอกจากนี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการพูด พูดไม่ชัดหรือนึกคำพูดไม่ออก
  • ภาวะกลืนลำบาก ทำให้สำลักอยู่บ่อยๆ และอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ปอดอักเสบหรือติดเชื้อ
  • ปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย ผู้ป่วยมักมีอาการท้องผูกและควบคุมการปัสสาวะได้ยาก
  • มีเลือดออกในกะโหลกศีรษะและทางเดินอาหารซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาละลายลิ่มเลือด
  • ปัญหาด้านอารมณ์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้ มีอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่าและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าตามมาในภายหลัง

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค Stroke ทั้งภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันและภาวะหลอดเลือดสมองแตกอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และปัจจัยภายนอกร่างกาย ดังนี้

ปัจจัยเสี่ยงภายในร่างกายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

  • หลอดเลือดแดงในสมองเสื่อมเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีเป็นต้นไป
  • โรคหัวใจบางชนิด เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจติดเชื้อหรือภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเลือดบางชนิด เช่น ภาวะเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดผิดปกติ ภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นต้น
  • เพศ จากข้อมูลพบว่าเพศชายมีโอกาสที่จะเป็นโรค stroke ได้มากกว่าเพศหญิง
  • พันธุกรรม หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรค stroke มาก่อนก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคได้มากกว่าบุคคลทั่วไป

ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกร่างกาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้

  • ผู้ที่มีภาวะความดันสูง
  • ผู้เป็นโรคเบาหวาน มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • ผู้มีภาวะอ้วน น้ำหนักตัวเกินและผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดในกลุ่มที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงอย่างไม่เหมาะสม
  • ผู้ที่มีประวัติการใช้ยา สารเสพติดหรือสารกระตุ้นบางชนิด

วิธีป้องกันโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง

โรค Stroke เป็นโรคอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัยและไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าของโรค แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ร่างกายและลดความเสี่ยงของการเกิดโรค Stroke ได้ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีน้ำตาล โซเดียมและไขมันสูง
  • ควบคุมความดัน ระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ในเคสที่ต้องใช้ยาเพื่อการรักษาควรกินยาที่แพทย์จ่ายให้อย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยาด้วยตนเอง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
  • ออกกำลังกายในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่เกณฑ์ปกติ
  • งดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้ารวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่สูบบุหรี่ งดดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารกระตุ้นหรือสารเสพติดทุกชนิด

โปรแกรมฟื้นฟู โรค Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง

โรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดในสมอง ภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด หากสังเกตพบอาการผิดปกติที่บ่งชี้เกี่ยวกับภาวะ Stroke เช่น มีอาการชาอ่อนแรงที่ใบหน้า แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัด มึนงง ตอบสนองช้า มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นร่วมกับมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงควรรีบเข้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุอาการและวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงด้วยการทานยาที่แพทย์สั่งจ่ายให้อย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้นหรืออาจเลือกใช้โปรแกรมฟื้นฟู โรค Stroke โรคหลอดเลือดสมองด้วย Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) ที่ LINNA Clinic นวัตกรรมบำบัดร่างกายด้วยการเติมโอโซนทางการแพทย์เข้าสู่หลอดเลือดในปริมาณต่ำอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดและเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกายในช่วงพักฟื้น ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวจากอาการที่เป็นได้เร็วขึ้นสำหรับผู้ที่มีอาการแล้ว และช่วยลดความเสี่ยงในผู้ที่ยังไม่มีอาการแต่มีภาวะความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ozone Therapy (EBOO PLUS Technique) สามารถแอดไลน์ @linnaclinic หรือติดต่อเข้ามาที่เบอร์ 063-609-8888 เพื่อจองคิวประเมินร่างกายอย่างละเอียดและวางแผนโปรแกรมฟื้นฟูโรค Stroke แบบ case by case โดยอาจารย์แพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปีและผ่านเคสบำบัดจริงรวมกว่า 20,000 เคส

บทความที่เกี่ยวข้อง

Lymphatic Drainage กุญแจสำคัญของอายุยืน (Longevity) และภูมิคุ้มกันที่ดี   

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสเกี่ยวกับ “Longevity” หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพกลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่สนใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ไม่รอให้เกิดอาการเจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยรักษา แต่เลือกที่จะดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หนึ่งในระบบสำคัญของร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย มีหน้าที่หลักในการกรองของเสีย สารแปลกปลอม และช่วยรักษาสมดุลของเหลวให้เป็นปกติ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันและการฟื้นตัวของร่างกาย ปัจจุบันมีแนวทางดูแลและกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลืองที่ได้รับความสนใจมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Lymphatic Drainage หรือการนวดเดรนน้ำเหลือง ทางเลือกเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนและภูมิคุ้มกันร่างกาย หนึ่งในกุญแจสำคัญของการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ Table of Contents Lymphatic Drainage คืออะไร? ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร ทำไมสาย Longevity ให้ความสนใจ Lymphatic Drainage คือเทคนิคการนวดกระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง เพื่อช่วยให้ของเหลวส่วนเกินที่คั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ เช่น ของเสียต่างๆ โปรตีนตกค้าง และเศษเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ถูกลำเลียงเข้าสู่กระบวนการกำจัดของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบการนวดเดรนน้ำเหลืองด้วยมือ (Manual Lymphatic Drainage: MLD) และการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนในร่างกาย เมื่อระบบน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี จะช่วยส่งเสริมการลำเลียงเซลล์ภูมิคุ้มกันรวมถึงสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ส่งผลให้ร่างกายสามารถตรวจจับเชื้อโรคและตอบสนองได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อและเจ็บป่วย รวมถึงช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวโดยรวมของร่างกาย

Lymphatic Drainage คืออะไร?ช่วยเรื่องไหนบ้าง และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพียงการดูแลร่างกายจากภายนอก แต่ยังให้ความสำคัญกับระบบภายในที่มีผลต่อความสดชื่น ภูมิคุ้มกัน และการฟื้นตัวของร่างกาย หนึ่งในระบบสำคัญที่จะมองข้ามไปเสียไม่ได้ คือ ระบบน้ำเหลือง ซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียและสิ่งแปลกปลอม ช่วยปรับสมดุลของเหลวในร่างกาย และสนับสนุนการทำงานของภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ Lymphatic Drainage หรือ การนวดเดรนน้ำเหลือง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางดูแลสุขภาพที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง เพราะเป็นกระบวนการที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองให้ดีขึ้นอย่างอ่อนโยนและปลอดภัย ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าสะสม เสริมการทำงานระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) และปรับสมดุลร่างกายให้รู้สึกเบาสบายมากขึ้น บทความนี้จาก LINNA Clinic รวมทุกข้อมูลที่น่าสนใจ Lymphatic Drainage คืออะไร? ช่วยเรื่องไหนบ้าง และทุกข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการสำหรับคุณ Table of Contents ระบบน้ำเหลือง คืออะไร?สำคัญต่อร่างกายอย่างไร ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) คือหนึ่งในระบบสำคัญของร่างกายที่ทำงานร่วมกับระบบไหลเวียนเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน มีลักษณะการทำงานที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย ภายในระบบน้ำเหลืองประกอบด้วย น้ำเหลือง (Lymph) ท่อน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลือง รวมถึงอวัยวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ม้าม ต่อมไทมัส ต่อมทอนซิล และไขกระดูก

Ellansé (อีลองเซ่) คืออะไร? สารเติมเต็มผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ดีจริงไหม? เหมาะกับใครบ้าง?

ระบบหลอดเลือดเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการลำเลียงเลือด ออกซิเจน และสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นและปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง อาจทำให้ระบบหลอดเลือดเริ่มเสื่อมสภาพ เกิดการอักเสบหรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหลอดเลือดโป่งพอง ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีทางการแพทย์และเวชศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ที่เข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพหลอดเลือดมากขึ้น โดยมีการศึกษาและพัฒนา Mesenchymal Stem Cells (MSC) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการฟื้นฟูหลอดเลือดและระบบไหลเวียนโลหิต จนได้สเต็มเซลล์ชนิด Vasculogenic MSC ที่มีความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด รวมถึงมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ๆ ในร่างกาย Vasculogenic MSC คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง? ข้อดีและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Vasculogenic MSC ปลอดภัยหรือไม่? บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ Table of Contents Vasculogenic MSC คืออะไร Vasculogenic MSC คือ สเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cell

Shopping Cart
Scroll to Top