หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ทำ EBOO Therapy มาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ มีอาการเหนื่อยล้าและไม่สดชื่นได้อย่างที่คาดหวัง นั่นเป็นเพราะปัญหาสุขภาพบางอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณว่าระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ภายในร่างกายกำลังทำงานได้ไม่สมดุลและควรได้รับการดูแล แพทย์จึงอาจแนะนำให้ทำ EBOO Therapy ควบคู่กับ Lymphatic Drainage เพื่อช่วยฟื้นฟูทั้งระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองไปพร้อมกันอย่างเหมาะสม ช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายและส่งเสริมการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) สำหรับใครที่กำลังสนใจกระบวนการฟื้นฟูเหล่านี้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าการทำ EBOO Therapy ควบคู่กับ Lymphatic Drainage เหมาะสมกับภาวะร่างกายของตนเองหรือไม่ มีข้อดีอย่างไร และควรวางแผนทำอย่างไรให้เหมาะสมและปลอดภัย บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ
Table of Contents
EBOO Therapy การล้างสารพิษในหลอดเลือด ช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างไร ทำไมบางคนยังรู้สึกฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่หลังทำ?
EBOO Therapy หรือ Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonation เป็นเทคนิคการดูแลสุขภาพในกลุ่ม Blood Detox เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบไหลเวียนเลือด ด้วยการกรองเลือดผ่านระบบปลอดเชื้อ ก่อนเติมออกซิเจนและโอโซนความเข้มข้นต่ำในระดับที่เหมาะสม แล้วนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ใช้ระยะเวลาในการทำ 45-60 นาทีต่อครั้ง
จุดเด่นของ EBOO Therapy คือการสนับสนุนการไหลเวียนเลือด เพิ่มประสิทธิภาพในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ และช่วยลดภาระของเสียบางส่วนที่สะสมอยู่ในกระแสเลือด บรรเทาการอักเสบและอาการปวดเรื้อรัง ร่างกายจึงมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี รู้สึกสดชื่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนที่ทำ EBOO Therapy มาแล้ว แต่ยังรู้สึกฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ นั่นอาจเป็นเพราะปัญหาบางอย่างภายในระบบน้ำเหลืองยังไม่ได้รับการดูแล เช่น มีของเหลวส่วนเกิน โปรตีน เศษเซลล์ และของเสียบางส่วนที่ยังคั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ ทำให้ความรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่สบายตัวยังคงอยู่ถึงแม้จะทำหัตถการที่ช่วยล้างสารพิษในเลือดมาแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง เช่น
- ผู้ที่มีภาวะบวมน้ำเหลือง (Lymphedema) ทำให้มีภาวะบวมได้ง่ายกว่าปกติ
- ผู้ที่ต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ ขยับร่างกายน้อย หรือขาดการออกกำลังกาย
- ผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง หรือรู้สึกปวดตึงกล้ามเนื้อเป็นประจำ
- ผู้ที่ใช้ร่างกายหนัก เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงต่อเนื่อง
- ผู้ที่มีความเครียดสะสม ทำงานหนักและพักผ่อนน้อย
- ผู้ที่สัมผัสมลภาวะและสารเคมีมาเป็นเวลานาน
ด้วยเหตุนี้ การทำ Lymphatic Drainage เพื่อช่วยดูแลระบบน้ำเหลืองอย่างตรงจุด จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่อาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างครอบคลุม โดยแพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
Lymphatic Drainage ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายของเหลวส่วนเกินในเนื้อเยื่อได้อย่างไร
Lymphatic Drainage หรือการนวดเดรนน้ำเหลือง คือเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง โดยอาจทำได้ทั้งในรูปแบบการนวดด้วยมือ หรือการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของของเหลวในเนื้อเยื่ออย่างสม่ำเสมอ
หลักการสำคัญของ Lymphatic Drainage คือการช่วยให้ของเหลวส่วนเกินที่คั่งอยู่ในเนื้อเยื่อ เช่น โปรตีนตกค้าง ของเสียที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญ และเศษเซลล์ต่างๆ ถูกลำเลียงกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดและกำจัดออกจากร่างกายได้ดีขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยที่ติดตามผลลัพธ์ระยะสั้นหลังการทำ Manual Lymphatic Drainage ทั้งในผู้ที่มีภาวะ lymphedema และผู้ที่มีสุขภาพดี พร้อมกับการถ่ายภาพแบบ Near-infrared fluorescence imaging เพื่อติดตามการเคลื่อนที่ของน้ำเหลือง พบว่าความเร็วในการไหลของน้ำเหลืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และช่วงเวลาระหว่างการบีบตัวของท่อน้ำเหลืองลดลงทันทีหลังทำ (Tan et al., 2011)
ทำ EBOO Therapy คู่กับ Lymphatic Drainage ช่วยเสริมประสิทธิภาพกันอย่างไร
การทำ EBOO Therapy คู่กับ Lymphatic Drainage เป็นแนวทางฟื้นฟูร่างกายที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพระหว่างกัน โดย EBOO Therapy ช่วยดูแลระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มออกซิเจนให้เซลล์ รวมถึงช่วยลดภาระของเสียบางส่วนที่อยู่ในกระแสเลือด ขณะที่ Lymphatic Drainage ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง ซึ่งมีหน้าที่ลำเลียงของเหลวส่วนเกิน โปรตีนตกค้าง เศษเซลล์ และของเสียที่คั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียน เพื่อกำจัดออกจากร่างกายตามกระบวนการธรรมชาติ
เมื่อทั้ง 2 ระบบได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม จึงช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะในผู้ที่ยังรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย บวม หนักตัว หรือรู้สึกฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่หลังทำ EBOO Therapy เพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ผู้ที่สนใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม และวางแผนการฟื้นฟูเฉพาะรายบุคคลก่อนเข้ารับบริการ
ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ EBOO Therapy คู่กับ Lymphatic Drainage
การทำ EBOO Therapy คู่กับ Lymphatic Drainage อาจเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงลึกจากภายใน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสัญญาณของความอ่อนล้าสะสม ระบบไหลเวียนไม่ดีหรือมีความผิดปกติบางอย่างเนื่องจากมีของเหลวคั่งค้างในเนื้อเยื่อ เช่น
- ผู้ที่เคยทำ EBOO Therapy แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง รู้สึกฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
- ผู้ที่รู้สึกเหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้พักผ่อนเพียงพอ
- ผู้ที่รู้สึกตัวบวม หนักตัว หรืออึดอัดตัว
- ผู้ที่นั่งทำงานนาน เดินทางบ่อย หรือไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย
- ผู้ที่มีความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย หรือใช้ร่างกายหนัก
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วย หรือช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ
- ผู้ที่มองหาวิธีดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาว
ควรวางแผนทำ EBOO Therapy และ Lymphatic Drainage อย่างไรจึงจะเหมาะสม
ภายหลังจากการประเมินสุขภาพและการตอบสนองของร่างกาย แพทย์อาจวางแผนให้ผู้รับบริการทำ EBOO Therapy และ Lymphatic Drainage ร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยอาจพิจารณาให้เริ่มจาก EBOO Therapy เพื่อช่วยดูแลระบบไหลเวียนเลือด จากนั้นจึงเสริมด้วยการทำ Lymphatic Drainage ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง และส่งเสริมการระบายของเหลวส่วนเกินออกจากเนื้อเยื่อ ทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ลำดับและระยะห่างในการทำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับพื้นฐานสุขภาพ การดูแลตัวเอง และเป้าหมายในการฟื้นฟู
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ EBOO Therapy คู่กับ Lymphatic Drainage
- ควรทำหัตถการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือ Therapist ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
- ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพ พร้อมแจ้งข้อมูลสุขภาพ ได้แก่ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้ยา และประวัติการรักษาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มกระบวนการ
- ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน มีไข้ ผู้หญิงที่มีประจำเดือน ผู้ที่มีโรคเลือดจางมากๆ โรคไตรุนแรง หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ
- การทำ EBOO Therapy คู่กับ Lymphatic Drainage เป็นเพียงแนวทางช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูของร่างกาย ไม่ใช่วิธีรักษาโรค และผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
- ควรปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยควรดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนเพียงพอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง และงดใช้แรงหนักในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
ฟื้นฟูสุขภาพแบบ Synergistic Longevity ด้วย EBOO Therapy และ LINNA Lymphatic Drainage Therapy ที่ LINNA Clinic
ยกระดับการฟื้นฟูสุขภาพให้ครบวงจรยิ่งขึ้นด้วยการดูแลทั้งระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองควบคู่กันอย่างเหมาะสม ด้วยโปรแกรม EBOO Therapy และ Lymphatic Drainage Therapy ที่ LINNA Clinic เราพร้อมให้การดูแลอย่างเอาใจใส่โดยแพทย์ผู้ชำนาญการและ Therapist ประสบการณ์สูง มีการตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการฟื้นฟูให้เหมาะกับสุขภาพพื้นฐานและเป้าหมายของแต่ละบุคคล
- EBOO Therapy เทคโนโลยี Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonation (EBOO PLUS Technique) กระบวนการฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิตภายใต้ระบบปิดแบบปลอดเชื้อ เริ่มจากการกรองเพื่อทำความสะอาดเลือด จากนั้นจึงเติมออกซิเจนและโอโซนทางการแพทย์ความเข้มข้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 0.1–0.5 ไมโครกรัมต่อ cc ก่อนส่งเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายในระดับความเร็วที่เหมาะสม พร้อมระบบ Real-time Monitoring ช่วยฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มระดับออกซิเจนให้เซลล์ ช่วยลดภาระของเสียในร่างกาย ลดภาวะอักเสบ ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
- LINNA Lymphatic Drainage Therapy by iCOONE เทคโนโลยีนวดเดรนน้ำเหลืองจากประเทศอิตาลี ผสานการทำงานของ Roboderm® Technology ระบบ Multi Micro Alveolar Stimulation (M.A.S.) ร่วมกับ LASER 915 nm และ LED 650 nm และความเสถียรสูง ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบน้ำเหลืองและการไหลเวียนของของเหลวภายในเนื้อเยื่ออย่างอ่อนโยน เสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายร่วมกับการทำ EBOO Therapy ช่วยเพิ่มความรู้สึกเบาสบายตัว ร่างกายกลับมาสดชื่นและฟื้นตัวได้ดีขึ้น
หากคุณกำลังมองหาแนวทางฟื้นฟูร่างกาย พร้อมส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลืองอย่างเหมาะสม สามารถเข้ารับคำปรึกษากับทีมแพทย์ของ LINNA Clinic เพื่อประเมินร่างกายอย่างละเอียดและวางแผนการดูแลด้วย EBOO Therapy ร่วมกับ LINNA Lymphatic Drainage Therapy by iCOONE แบบเฉพาะรายบุคคล ติดต่อ LINNA Clinic ได้ที่เบอร์ 063-609-8888, WhatsApp +66 919799554 หรือ LINE: @linnaclinic ได้เลยค่ะ
อ้างอิง
- Tan, I. C., Maus, E. A., Rasmussen, J. C., Marshall, M. V., Adams, K. E., Fife, C. E., Smith, L. A., Chan, W., & Sevick-Muraca, E. M. (2011). Assessment of lymphatic contractile function after manual lymphatic drainage using near-infrared fluorescence imaging. Archives of Physical Medicine and Rehabilitation, 92(5), 756–764.e https://doi.org/10.1016/j.apmr.2010.12.027



