HArmonyCa คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร อันตรายไหม

ในยุคที่ผิวสวยไม่ใช่แค่เพียงความขาวกระจ่างใส แต่หมายถึงการดูแลสุขภาพผิวสุขภาพผิวอย่างล้ำลึก ครบมิติ HArmonyCa จึงกลายเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์งานผิวได้อย่างครบครัน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในการเติมเต็มและฟื้นฟูโครงสร้างผิวในขั้นตอนเดียว โดยผสานสารสำคัญ 2 ชนิดเข้าด้วยกัน ได้แก่ Hyaluronic Acid (HA) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยทันที และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับและเพิ่มความยืดหยุ่นในระยะยาว ทำให้ HArmonyCa™ กลายเป็นสารเติมเต็มผิวที่ถูกพูดถึงและได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน HArmonyCa คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใคร และ HArmonyCa ปลอดภัยหรือไม่? บทความนี้จาก LINNA Clinic (ลินนา คลินิก) มีคำตอบ

Table of Contents

HArmonyCa คืออะไร?

HArmonyCa™ คือ ฟิลเลอร์ชนิดไฮบริด (Hybrid Filler) ที่ผสานคุณสมบัติของ กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid :HA) และ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxyapatite :CaHA) เข้าไว้ด้วยกันในหนึ่งเดียว พัฒนาโดย Allergan Aesthetics บริษัทชั้นนำด้านความงามจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิลเลอร์ Juvederm ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยส่วนประกอบหลักใน HArmonyCa อย่าง HA ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันที ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เนียนละเอียด และลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผล ส่วน CaHA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ๆ ใต้ชั้นผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปส่งผลให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และอ่อนเยาว์ขึ้นในระยะยาว ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้ายกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ หน้าดูเด็กลงได้อย่างชัดเจน และสามารถอยู่ได้นานตั้งแต่ 12-18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิวและวิธีดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล

HArmonyCa ช่วยเรื่องอะไร

  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงมากขึ้น ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ในระยะยาว
  • ลดเลือนริ้วรอยและเติมเต็มร่องลึก ด้วยคุณสมบัติในการเติมเต็มและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวได้อย่างรวดเร็วของ HA จึงช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้น
  • เพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง และสุขภาพดีจากภายใน
  • ปรับรูปหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เติมเต็มบริเวณที่ขาดวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม กรอบหน้า และโหนกแก้ม ช่วยให้ใบหน้าได้สมดุลและสวยงามมากขึ้น

หลักการทำงานของ HArmonyCa

HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์ชนิดไฮบริดซึ่งอาศัยหลักการทำงานร่วมกันของสารสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) เพื่อให้ผลลัพธ์การฟื้นบำรุงผิวได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้

  • เมื่อฉีด HArmonyCa เข้าสู่ชั้นผิว HA จะช่วยเติมเต็มโครงสร้างชั้นผิวที่เสื่อมสภาพ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ส่งผลให้ผิวอิ่มฟู ดูมีมิติ ริ้วรอยตามจุดต่างๆ บนใบหน้าจางลงทันที ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงทันทีหลังฉีด
  • อนุภาคของ CaHA จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ใหม่ๆ ที่ใต้ผิวหนังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผิวมีความกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ HArmonyCa ยังมีส่วนผสมของ Lidocaine เพื่อลดความเจ็บระหว่างขั้นตอนการฉีด ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายผิวมากขึ้น

HArmonyCa เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และผิวหน้าหย่อนคล้อย จากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินไปตามวัย
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง ยืดหยุ่นและดูเต่งตึง พร้อมเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้เรียวสวยได้รูป โดยไม่ต้องศัลยกรรม และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
  • ผู้ที่มองหาผลลัพธ์ที่ครอบคลุม ทั้งการเติมเต็มและฟื้นฟูโครงสร้างผิวได้พร้อมกันในครั้งเดียว ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้านความงาม

ใครที่ไม่เหมาะกับ HArmonyCa

  • ผู้ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง เช่น สิวอักเสบ ผิวหนังอักเสบ ซึ่งควรรักษาอาการให้หายดีก่อนฉีด HArmonyCa
  • ผู้ที่แพ้สารประกอบในผลิตภัณฑ์ เช่น Lidocaine, HA

ทั้งนี้ก่อนฉีด HArmonyCa ผู้เข้ารับบริการควรปรึกษาแพทย์และแจ้งข้อมูลสุขภาพ ยาที่กำลังใช้รวมถึงประวัติการแพ้ยา อาหารต่างๆ ให้แพทย์ทราบทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยต่อตัวผู้เข้ารับบริการ

ควรฉีด HArmonyCa บ่อยแค่ไหน

เนื่องจาก HArmonyCa เป็นฟิลเลอร์ชนิดไฮบริดที่สามารถให้ผลลัพธ์การดูแลผิวได้ทั้งในระยะสั้นซึ่งเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด และช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ในระยะยาว โดยสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองแต่ละบุคคล หลังจากนั้นแพทย์อาจแนะนำให้ฉีด HArmonyCa ซ้ำทุกๆ 18-24 เดือน เพื่อคงประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวได้อย่างต่อเนื่อง

HArmonyCa อยู่ได้นานแค่ไหน

HArmonyCa มีจุดเด่นในเรื่องผลลัพธ์ที่อยู่ได้ตั้งแต่ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และวิธีดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล โดยจะเห็นผลลัพธ์เรื่องผิวอิ่มฟู ใบหน้าดูมีวอลลุ่มทันทีหลังฉีด และเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนเต็มในช่วง 3-6 เดือนหลังฉีด เนื่องจากร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินใหม่ๆ มากขึ้น ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน และยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

HArmonyCa อันตรายไหม

HArmonyCa เป็นไฮบริดฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก US-FDA และได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ทั่วโลก รวมถึงมาตรฐาน อย. ประเทศไทย นอกจากนี้ส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ได้แก่ HA และ CaHA ยังเป็นสารที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย และเข้ากันกับเนื้อเยื่อได้ดี ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย ควรฉีด HArmonyCa กับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ สามารตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจนเท่านั้น

การเตรียมตัวก่อนฉีด HArmonyCa

  • งดแอลกอฮอล์ อาหารเสริม และยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เช่น ยาต้านอักเสบในกลุ่ม NSAIDs ยาแอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา ฯลฯ
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการแพ้ยา เพื่อให้แพทย์วางแผนทำหัตถการได้อย่างเหมาะสม และช่วยลดความเสี่ยงหลังฉีด
  • ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 6-7 ชั่วโมง และดื่มน้ำมากๆ เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ HArmonyCa และช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูตนเองได้อย่างเต็มที่
  • หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น ไข้หวัด หรือมีแผลอักเสบในบริเวณที่ต้องการฉีด ควรแจ้งแพทย์และเลื่อนนัดหมายจนกว่าจะหายดี

การดูแลตัวเองหลังฉีด HArmonyCa

  • หลีกเลี่ยงการแตะหรือกดบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันการอักเสบหรือระคายเคืองผิว
  • งดแต่งหน้าในช่วง 24 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อลดความเสี่ยงจากสารเคมีที่อาจทำให้ระคายเคืองผิว ผิวอักเสบ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของกรดไฮยาลูรอนิก (HA) และทำให้ผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือรอยดำหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดที่บริเวณใบหน้า อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการบวมในบริเวณที่ฉีด
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ และช่วยลดโอกาสการระคายเคืองผิวหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

สรุป

HArmonyCa™ เป็นฟิลเลอร์ชนิดไฮบริดที่รวมคุณสมบัติของการเติมเต็มผิวด้วยกรดไฮยาลูรอนิก (HA) และการฟื้นฟูโครงสร้างผิวระยะยาวด้วยแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และผิวหย่อนคล้อย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 12-18 เดือน มีความปลอดภัยสูงผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก US-FDA และมาตรฐาน อย. ไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติและยาวนานยิ่งกว่า หากสนใจฟื้นฟูผิวด้วย HArmonyCa สามารถปรึกษาแพทย์ชำนาญการได้ที่ LINNA Clinic ทุกสาขา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Ellansé (อีลองเซ่) คืออะไร? สารเติมเต็มผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ดีจริงไหม? เหมาะกับใครบ้าง?

ระบบหลอดเลือดเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ในการลำเลียงเลือด ออกซิเจน และสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นและปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง อาจทำให้ระบบหลอดเลือดเริ่มเสื่อมสภาพ เกิดการอักเสบหรือการไหลเวียนเลือดผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหลอดเลือดโป่งพอง ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีทางการแพทย์และเวชศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ที่เข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพหลอดเลือดมากขึ้น โดยมีการศึกษาและพัฒนา Mesenchymal Stem Cells (MSC) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการฟื้นฟูหลอดเลือดและระบบไหลเวียนโลหิต จนได้สเต็มเซลล์ชนิด Vasculogenic MSC ที่มีความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด รวมถึงมีบทบาทในการสนับสนุนกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ๆ ในร่างกาย Vasculogenic MSC คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง? ข้อดีและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Vasculogenic MSC ปลอดภัยหรือไม่? บทความนี้จาก LINNA Clinic มีคำตอบ Table of Contents Vasculogenic MSC คืออะไร Vasculogenic MSC คือ สเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดชนิด Mesenchymal Stem Cell

“หนึ่งใน Top 3“ แพทย์ฟิลเลอร์ของประเทศไทย  ด้านการออกแบบรูปหน้าระดับนานาชาติ

พญ. ทิฆัมพร ใยบัวเทศ หรือ “หมอเอ๋” เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านความงามอาวุโส ที่ได้รับการยอมรับให้เป็น Top 3 ของประเทศไทย ด้านการฉีดฟิลเลอร์ Juvederm ปรับรูปหน้า และ โปรแกรมโบ ยกกระชับใบหน้า ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี และผลงานมากมายที่สร้างความมั่นใจให้กับคนไข้หลายหมื่นเคส หมอเอ๋สำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตรบัณฑิต โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังและเลเซอร์ และสั่งสมประสบการณ์ในโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำ ก่อนจะมุ่งสู่เส้นทางเวชศาสตร์ความงามอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) และโปรแกรมโบ เพื่อปรับรูปหน้า เติมเต็ม และยกกระชับให้ได้สัดส่วนที่สวยงามอย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ ความเชี่ยวชาญและบทบาทระดับนานาชาติ หมอเอ๋เป็นหนึ่งใน แพทย์รุ่นบุกเบิกของ Allergan Medical Institute (AMI) สถาบันฝึกอบรมแพทย์ด้านฟิลเลอร์และโปรแกรมโบระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Juvederm และ Allergan ด้วยประสบการณ์มากมายในการออกแบบรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ จึงทำให้หมอเอ๋ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งใน “Top 3 Filler Juvederm Injector in Thailand“ และด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง หมอเอ๋ได้รับแต่งตั้งให้เป็น

5 เคล็ดลับแก้ปัญหามือเหี่ยว ให้มือกลับมาเนียนนุ่ม อ่อนเยาว์เหมือนมือเด็ก

ผิวบริเวณมือ หรือหลังมือ เป็นส่วนที่ใครหลายคนอาจมองข้ามไป เพราะเป็นบริเวณที่ไม่โดดเด่น สังเกตเห็นได้ยาก แต่ทราบหรือไม่คะว่าผิวมือ หรือผิวบริเวณหลังมือสามารถบ่งบอกอายุของเราได้เป็นอย่างดีเลยละค่ะ เพราะผิวมือที่ขาดการดูแลและบำรุงอย่างเหมาะสม จะเหี่ยวย่นและดูแก่ไปตามวัย ประกอบกับอีกหลายๆ ปัจจัย ทั้งพฤติกรรมการใช้มือในชีวิตประจำวัน การสัมผัสสารเคมี และการละเลยไม่ค่อยบำรุงผิวมือ ที่ยิ่งทำให้มือของเราดูเหี่ยวย่น ดูแก่และดูมีอายุ สำหรับใครที่กำลังกลุ้มใจเกี่ยวกับปัญหานี้ และกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหามือเหี่ยว ให้มือกลับมาอวบอิ่ม ดูเต่งตึงอีกครั้ง Linna Clinic รวบรวมคำตอบมาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ 1. สาเหตุมือเหี่ยว มือแก่กว่าวัย ปัญหามือเหี่ยว ผิวมือแก่ มือดูไม่กระชับ อาจเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ดังนี้ ปัจจัยภายในร่างกายที่ทำให้มือเหี่ยว อายุที่เพิ่มมากขึ้น อย่างที่เราทราบกันดีค่ะว่าในขณะที่อายุของเราเพิ่มขึ้นทุกปี ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินได้น้อยลงเรื่อย ๆ จนถึงระดับหนึ่งผิวของเราจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ไม่คงตัว เกิดริ้วรอย และความเหี่ยวย่นที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ประกอบกับการสลายตัวของมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวยิ่งสูญเสียความกระชับ พฤติกรรมการรับประทานอาหารและการดื่มน้ำ อาหารบางชนิดมีส่วนกระตุ้นให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวแห้งกร้าน เกิดรอยเหี่ยวย่นที่เห็นได้ชัดมากขึ้น เช่น น้ำตาล คาเฟอีน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารแปรรูป อาหารทอดน้ำมันชุ่มๆ ฯลฯ รวมถึงการดื่มน้ำน้อยจนเกินไป ก็มีส่วนทำให้ปัญหาผิวแห้งเสียรุนแรงมากขึ้นได้ค่ะ

Shopping Cart
Scroll to Top