เปรียบเทียบ Ozone Therapy และ Eboo Therapy ต่างกันอย่างไร

ในยุคที่การดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญ นวัตกรรมการบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายจากภายในอย่าง Ozone Therapy จึงได้รับความสนใจในวงกว้าง ด้วยคุณสมบัติในการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงได้จากภายใน พร้อมตัวเลือกเทคนิคหลากหลาย เช่น Direct Intravenous Ozone, Major Autohemotherapy, Hyperbaric Ozone Therapy และ EBOO Therapy ที่ตอบโจทย์ทั้งคนไข้และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน บทความนี้จาก LINNA Clinic รวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโอโซนบำบัด เปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละเทคนิค พร้อมเผยเหตุผลที่ EBOO Therapy ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง รวมถึงรีวิวผลเลือดจริงจากผู้ใช้บริการ Ozone Therapy EBOO Technique ที่ LINNA Clinic (ลินนา คลินิก)

Table of Contents

การให้โอโซนมีกี่รูปแบบ?

ปัจจุบันการบำบัดด้วยโอโซน (Ozone Therapy) ถูกพัฒนาออกมาหลากหลายรูปแบบ โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักได้ ดังนี้

  • Direct Intravenous Ozone (DIV) เป็นการฉีดก๊าซโอโซนระดับความเข้มข้น 30 µg/ml ผสมกับออกซิเจนเข้าสู่เส้นเลือดดำโดยตรง วิธีนี้มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว แต่มีความเสี่ยงสูงจากการใช้โอโซนที่ความเข้มข้นสูง
  • Major Autohemotherapy (MAH) เป็นวิธีการบำบัดโอโซนโดยดึงเลือดออกจากร่างกายประมาณ 200 มิลลิลิตร เพื่อนำไปผสมกับโอโซนเข้มข้น 20-50 µg/ml ในถุงเลือดแล้วนำกลับเข้าสู่ร่างกาย
  • Hyperbaric Ozone Therapy (HBO3) เป็นการบำบัดที่ใช้โอโซนในปริมาณสูง โดยการดึงเลือดออกจากร่างกายทีละประมาณ 200 ml และผสมเข้ากับโอโซนที่ความเข้มข้น 20-70 µg/ml แล้วส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย โดยกระบวนการเหล่านี้สามารถทำซ้ำได้สูงสุด 10 ครั้ง/Session หรือที่เรียกว่า “10 Pass Ozone Therapy” วิธีนี้ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและล้างสารพิษร่างกายในระยะสั้น อย่างไรก็ตามผู้ที่ทำการบำบัดโอโซนด้วยเทคนิค HBO3 จะต้องมีเส้นเลือดที่แข็งแรงพอสำหรับการทำซ้ำหลายครั้งในหนึ่งเซสชัน
  • EBOO Therapy (Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonation) เทคนิคการเติมโอโซนเข้าเส้นเลือดอย่างต่อเนื่องในระหว่าง 45-60 นาที โดยใช้ความเข้มข้นของโอโซนที่ต่ำมากอยู่ที่ประมาณ 0.1-20 µg/ml ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะโอโซนเป็นพิษ นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับลักษณะของเม็ดเลือดแดงแบบเรียลไทม์ทำให้แพทย์สามารถหยุดการบำบัดได้ทันทีหากพบความผิดปกติ และนอกจากนั้นยังสามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ด้วย Filter

เปรียบเทียบ Ozone Therapy แบบ Hyperbaric Ozone Therapy (High Dose Ozone Therapy/10 Pass Ozone Therapy) และ EBOO Therapy

1. Hyperbaric Ozone Therapy

  • หลักการทำงาน การบำบัดที่ใช้โอโซนในปริมาณสูง โดยการดึงเลือดออกจากร่างกายทีละประมาณ 200 ml และผสมเข้ากับโอโซนที่ความเข้มข้น 20-70 µg/ml แล้วส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย โดยกระบวนการเหล่านี้สามารถทำซ้ำได้สูงสุด 10 ครั้ง/Session (10 Pass Ozone Therapy)
  • ปริมาณโอโซนที่ได้รับ ได้รับปริมาณโอโซนสูงสุดที่ 14,000 ไมโครกรัม เมื่อทำซ้ำ 10 ครั้ง/ session)
  • ข้อดี เป็นวิธีบำบัดที่ทำให้ร่างกายได้รับโอโซนในปริมาณสูง เหมาะสำหรับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในระยะสั้นและผู้ที่ต้องการบำบัดอย่างเร่งด่วนในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น การฟื้นตัวหลังการเจ็บป่วยที่รุนแรง รวมถึงช่วยขจัดสารพิษและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ข้อควรพิจารณา การฉีดโอโซนเข้มข้นสูงโดยตรงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น การระคายเคืองหลอดเลือด เส้นเลือดได้รับความเสียหาย ภาวะโอโซนเป็นพิษ และไม่สามารถรู้ได้เมื่อเม็ดเลือดแดงแตกระหว่างการบำบัด จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

2. EBOO Therapy (Extracorporeal Blood Oxygenation and Ozonation)

  • หลักการทำงาน แพทย์ดึงเลือดจากเส้นเลือดดำแล้วส่งเลือดผ่านไส้กรองปลอดเชื้อเพื่อกรองของเสียและสารพิษออกจากเลือด จากนั้นเริ่มเติมโอโซนบริสุทธิ์ที่ความเข้มข้นประมาณ 0.1-20 µg/ml เข้ากับเลือดด้วยเครื่องกำเนิดโอโซน (Ozone Generator) และนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายช้าๆ ผ่านเส้นเลือดดำที่แขนอีกข้าง
  • ปริมาณโอโซนที่ได้รับ สามารถคำนวณได้จาก อัตราการไหลเวียนของเลือด (mL/min) x ปริมาณความเข้มข้นของ ozone ที่ใช้ x ระยะเวลาการบำบัด (60 นาที) โดยแบ่งความเข้มข้นของโอโซนในการบำบัดออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
ระดับความเข้มข้น ช่วงความเข้มข้นของ ozone (µg/mL) การคำนวณ ปริมาณโอโซนที่ได้รับ (µg)
1) Low Amount ozone 0.1-2 µg/ml 0.9 L/min x (0.1~2) µg/ml x 60 นาที 5,400~108,000 µg
2) Medium Amount ozone 2.1-5 µg/ml 0.9 L/min x (2.1~5) µg/ml x 60 นาที 113,400~270,000 µg
3) high Amount ozone 5.1-20 µg/ml 0.9 L/min x (5.1~20) µg/ml x 60 นาที 275,400~1,080,000 µg

ทั้งนี้ปริมาณความเข้มข้นของ ozone ที่ใช้ในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

  • ข้อดี เป็นการเติมโอโซนโดสต่ำๆ อย่างต่อเนื่องซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยรองรับว่าการบำบัดโอโซนด้วยเทคนิค EBOO Therapy ทำให้ออกซิเจนสามารถจับกับเม็ดเลือดแดงได้อย่างแนบแน่น ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายได้รับออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น และนอกจากนี้การเติมโอโซนโดสต่ำๆ ยังช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมระดับความเข้มข้นของโอโซนที่ต้องใช้ได้เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละบุคคล ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะโอโซนเป็นพิษ เม็ดเลือดแดงเปราะหรือแตก ผู้ที่มีโรคเลือดบางอย่างสามารถทำได้ เช่น ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียหรือผู้ป่วย G6PD (ควรปรึกษาแพทย์มากประสบการณ์และประเมินสภาวะร่างกายโดยละเอียด) ตัวเครื่องมาพร้อมระบบกรองของเสียในเลือด และตัวตรวจจับลักษณะของเม็ดเลือดแดง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดและมีความปลอดภัยมากขึ้น
  • ข้อควรพิจารณา ใช้เวลาในการบำบัดประมาณ 45-60 นาที แพทย์ผู้ทำจะต้องมีความชำนาญสูงและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกับการบำบัดโอโซนรูปแบบอื่น

ทำไม EBOO Therapy ถึงดีกว่าและปลอดภัยกว่าเทคนิคอื่นๆ

  • EBOO Therapy เป็นการให้โอโซนปริมาณความเข้มข้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ที่ปริมาณ 0.1-20 µg /ml ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะโอโซนเป็นพิษและการแตกของเม็ดเลือดแดง อีกทั้งยังมีผลศึกษาวิจัยรองรับว่าการบำบัดโอโซนด้วยเทคนิค EBOO Therapy ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดเปราะบาง เช่น โรคธาลัสซีเมียหรือ G6PD รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว
  • มีระบบกรองของเสียในเลือด สามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกจากเลือดได้พร้อมกันในขณะที่เติมโอโซนให้ร่างกาย จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูร่างกายได้เป็นอย่างดี
  • มีระบบตรวจจับความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดแดงได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์สามารถหยุดหรือปรับกระบวนการบำบัดได้ทันท่วงทีเมื่อพบความผิดปกติ
  • EBOO Therapy ที่ LINNA Clinic (ลินนา คลินิก) มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทั้งระบบตัวเครื่อง มอเตอร์ (motor) เครื่องกำเนิดโอโซน (Ozone Generator) และหลอดฟิลเตอร์ (Filter) ที่ผลิตจากประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยี เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และประเทศญี่ปุ่น จึงสามารถควบคุมอัตราการเติมโอโซนเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเสถียรและแม่นยำ ส่งผลให้กระบวนการบำบัดมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

นวัตกรรม EBOO Therapy ในแต่ละสถานบริการแตกต่างกันอย่างไร?

ถึงแม้หลักการของ EBOO Therapy จะมีโครงสร้างกระบวนการที่คล้ายคลึงกัน แต่ความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ ประสบการณ์ของผู้ให้บริการ และความใส่ใจในรายละเอียดเฉพาะบุคคล สามารถส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการบำบัด ดังนี้

  • เทคนิคการปรับแรงดันของเลือด การควบคุมแรงดันเลือดให้สมดุลในระหว่างขั้นตอนการบำบัดโอโซนด้วยเทคนิค EBOO Therapy เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะแรงดันเลือดที่ไม่สม่ำเสมอส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดลดลง ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติและอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายผู้เข้ารับบำบัด สถานบริการที่มีคุณภาพจะต้องเลือกใช้เครื่อง EBOO Therapy ที่สามารถปรับค่าหน่วยแรงดันได้อย่างละเอียดและแม่นยำ ทั้งมอเตอร์ ตัวปั๊มและเครื่องให้กำเนิดโอโซนมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อให้กระบวนการบำบัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
  • การเลือกเรทของ Gas และ Ozone ตามสภาวะสุขภาพของผู้บำบัด สภาพร่างกายและปัญหาสุขภาพของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน เช่น ผู้ที่มีปัญหาโรคเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง หรือเม็ดเลือดแดงอ่อนแอ จำเป็นต้องใช้ความเข้มข้นของโอโซนและอัตราการไหลของ Gas ที่เหมาะสมกับร่างกายเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัด
  • ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการบำบัด หัวใจสำคัญของการทำ EBOO Therapy ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพหรือยี่ห้อของเครื่องมือที่เลือกใช้แค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการบำบัด ทั้งในขั้นตอนการประเมินภาวะสุขภาพอย่างละเอียดก่อนเริ่มบำบัด การกำหนดเรทของ Gas และความเข้มข้นของ Ozone ที่เหมาะสม การติดตามความสมดุลของเลือดทั้งขาออก-ขาเข้าในระหว่างการบำบัดอย่างใกล้ชิด ตลอดไปจนถึงการประเมินร่างกายของผู้เข้ารับบริการหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ ทั้งหมดนี้เพื่อให้การบำบัดมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยต่อผู้รับบริการ
  • ความสะอาดและระบบปลอดเชื้อ ทุกขั้นตอนของการทำ EBOO Therapy จะต้องเป็นระบบปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้เข้ารับบริการควรเลือกทำ EBOO Therapy กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และทีมงานที่มีประสบการณ์สูง

การให้โอโซนโดสต่ำๆ ดีกว่าการให้โดสสูงอย่างไร

  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโอโซนเป็นพิษ ซึ่งอาจส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเกิดการอักเสบหรือแตกตัว นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะเครียดของระบบต่างๆ ในร่างกายจากการได้รับโอโซนในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น
  • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอย่างสมดุล ไม่ทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย ผู้เข้ารับบริการสามารถกลับมาทำ Eboo Therapy ได้ซ้ำโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยาว
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะสุขภาพเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ผู้ป่วยโรค G6PD หรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่ไม่ควรได้รับปริมาณโอโซนที่โดสสูงๆ ทั้งนี้ควรเข้าพบแพทบ์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสุขภาพและวางแผนการบำบัดโอโซนอย่างเหมาะสม

วิธีการวัดผลหลังการทำ EBOO Therapy

การวัดผลหลังการทำ EBOO Therapy สามารถเปรียบเทียบได้จากผลเลือดในช่วงก่อนและหลังการบำบัด โดยพบว่าผู้เข้ารับบำบัดโดยส่วนใหญ่มีผลเลือดที่ดีขึ้น เช่น ออกซิเจนในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ระดับการอักเสบในร่างกายน้อยลง ฯลฯ (เมื่อเทียบกับผลเลือดก่อนเข้ารับบำบัด) ส่วนในด้านการเปลี่ยนแปลงของร่างกายผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกได้ว่าร่างกายสดชื่น มีอาการเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียน้อยลง สมองปลอดโปร่งรวมถึงนอนหลับได้ดี นอกจากนี้ผลจากการทำ EBOO Therapy อย่างต่อเนื่องยังช่วยบรรเทาความรุนแรงของโรค เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ และช่วยลดการพึ่งพายารักษาโรคที่ต้องใช้ได้ในบางกรณี

EBOO Therapy เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง เหนื่อยง่าย
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วยรุนแรง รวมถึงผู้ที่อยู่ในช่วงพักพื้นหลังได้รับเชื้อ COVID-19
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) โรคภูมิแพ้ หอบหืด ลมพิษ ฯลฯ
  • ผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดแดงเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย หรือผู้ป่วย G6PD ที่ต้องการบำบัดร่างด้วยวิธีที่ปลอดภัย
  • ผู้ที่มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • ผู้ที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีจากภายใน
  • ผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวแต่ต้องการดูแลสุขภาพในเชิงป้องกัน

รีวิวผลเลือดหลังเข้ารับบริการ Ozone Therapy EBOO Technique ที่ LINNA Clinic

LIINNA Clinic (ลินนา คลินิก) เราพร้อมให้บริการบำบัดโอโซนด้วยเทคนิค EBOO PLUS Technique ดูแลทุกขั้นตอนการบำบัดอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 13 ปี และผ่านเคสบำบัดจริงมาแล้วกว่า 30,000 เคส โปรแกรมโอโซนบำบัดนี้เหมาะสำหรับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวแต่ต้องการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง และผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพหลังเจ็บป่วย เช่น ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 หรือมีอาการผิดปกติหลังการฉีดวัคซีน สนใจสามารถนัดจองคิวแพทย์และปรึกษาลินนาคลินิกได้ที่เบอร์ 063-609-8888 หรือทางไลน์ @linnaclinic ได้เลยค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

LINNA Body Sculpting by iCOONE® ลดสัดส่วน กระชับผิว ลดผิวเปลือกส้มแบบไม่ต้องพักฟื้นจากอิตาลี

แม้น้ำหนักตัวจะลดลง แต่สัดส่วนบางจุดยังไม่ลงตาม ยังมีผิวเปลือกส้มค่อนข้างชัด อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องความไม่กระชับ ผิวหลวม หย่อนคล้อย จนรู้สึกขาดความมั่นใจ เป็นเพราะปัญหารูปร่างและผิวพรรณเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพของผิว ชั้นไขมันใต้ผิว ระบบไหลเวียนเลือด ระบบน้ำเหลืองและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิว ซึ่งต้องอาศัยการดูแลที่ครอบคลุมเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ด้วยโปรแกรม LINNA Body Sculpting by iCOONE® นวัตกรรมดูแลรูปร่างและคุณภาพผิวจากประเทศอิตาลี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ ผ่านเทคโนโลยี Roboderm® Microstimulation ที่มาพร้อม

EBOO Therapy ล้างสารพิษในเลือด คู่กับ Lymphatic Drainage ช่วยดีท็อกซ์และฟื้นฟูร่างกายแบบครบวงจรได้อย่างไร? เหมาะกับใครบ้าง?

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ทำ EBOO Therapy มาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ มีอาการเหนื่อยล้าและไม่สดชื่นได้อย่างที่คาดหวัง นั่นเป็นเพราะปัญหาสุขภาพบางอย่างไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนเลือดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณว่าระบบน้ำเหลือง (Lymphatic System) ภายในร่างกายกำลังทำงานได้ไม่สมดุลและควรได้รับการดูแล แพทย์จึงอาจแนะนำให้ทำ EBOO Therapy ควบคู่กับ Lymphatic Drainage เพื่อช่วยฟื้นฟูทั้งระบบไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองไปพร้อมกันอย่างเหมาะสม ช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูร่างกายและส่งเสริมการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) สำหรับใครที่กำลังสนใจกระบวนการฟื้นฟูเหล่านี้ แต่ยังไม่มั่นใจว่าการทำ EBOO Therapy ควบคู่กับ

EBOO PLUS Therapy ตัวช่วยที่ดูแลภาวะอักเสบเรื้อรังจากภายใน และโรค NCDs

มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น นอนหลับไม่สนิท รู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ มีผื่นคัน ภูมิแพ้ หรือเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ และคิดว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่ความจริงแล้วอาจเป็นสัญญาณของภาวะอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งสามารถสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว LINNA Clinic ชวนทำความเข้าใจ ภาวะอักเสบเรื้อรังคืออะไร? กลุ่มโรค NCDs คืออะไร มีโรคไหนบ้าง? พร้อมนวัตกรรมการฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย

Shopping Cart
Scroll to Top